แม้เริ่นจง หลิวหงกวง และฉีเสิ่นจะเดินทางมายังหุบเขาหลิงหลงพร้อมกัน แต่ตอนแรกๆพวกมันก็ไม่ได้สนทนาอะไรกันมากมายนัก โดยมากแล้วจะง่วนอยู่กับคนของตัวเองมากกว่า จึงไม่ได้ทำความรู้จักอะไรกัน
“อาวุโสทั้ง 2 สบาย”
ฉีค่านทักทายเริ่นจงกับหลิวหงกวงด้วยการพยักหน้าเท่านั้น
“ขอพวกท่านอย่าได้ถือสาหาความนิสัยประหลาดของหลานชายข้าเลยมันก็เป็นของมันเช่นนี้ตลอด กระทั่งพบหน้าผู้นำคฤหาสน์ก็กระทำแบบนี้”
ถึงแม้เริ่นจงกับหลิวหงกวงจะไม่ได้เผยท่าทีไม่พอใจอะไร แต่ฉีเสิ่นก็เร่งอธิบายออกมา
เพราะในสายตาของมัน เริ่นจงกับหลิวกงกวงเป็นตัวตนที่มันไม่อาจล่วงเกินได้
“ไม่เป็นไรหรอก มันก็แค่นิสัยส่วนตัว”
เริ่นจงกล่าวออกมาอย่างเข้าใจ
“ใช่”
หลิวหงกวงก็พยักหน้าทั้งขานรับสั้นๆ เห็นด้วยกับคำของเริ่นจง
แน่นอนว่าบทสนทนาระหว่างอาวุโสของทั้ง 3 ขุมพลังชั้น 4 ก็ดังพอให้ผู้คนได้ยินกันทั่ว
พาลให้ผู้คนทั้งหลายที่กำลังสนใจฉีกัง ละสายตากลับมาจากฉีกัง และหันมองไปยังร่างในชุดสีดำที่ยืนถัดจากฉีเสิ่น ฉีค่านหลานชายของฉีเสิ่นทันที!
“นั่นน่ะหรือ ฉีค่าน?”
หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบออกมา
“ฉีค่าน? แล้วผู้ใดคือฉีค่านหรือ?”
นอกจากนี้ยังมีหลายคนที่ชักสีหน้าแววตาสงสัย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันเคยได้ยินนามฉีค่าน