ตัวตนเหล่านี้มาจากขุมพลังอื่นๆ บ้างก็เป็นผู้ฝึกตนพเนจรในเขตอิทธิพลคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง อย่างหลังกล่าวไปยังมากกว่าอย่างแรกเสียอีก…
แน่นอนว่าอย่างหลังนั้นจะไม่ค่อยมีชื่อเสียงเรียงนามอะไร
“ตอนนี้ก็สมควรแก่เวลาที่ตัวตนระดับเซียนขัดเกลาจะลงมือแล้วสินะ!”
หลายคนกระซิบกล่าวออกมาด้วยความคาดหวัง
ต้วนหลิงเทียนที่ยืนกอดกระบี่นิลสวรรค์ที่ขอบเวทีเม็ดหมากสีขาวอย่างเงียบงัน ก็ไม่คิดจะลงมือเคลื่อนไหวอะไร
เหตุผลที่เขาไม่ลงมือ เพราะคิดว่าตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องลงมือ อีกทั้งหากลงมือตอนนี้เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ต่างอะไรจากอันธพาล ที่ไปรังแกผู้คน…
ถึงแม้ตอนนี้ด่านพลังฝึกปรือเขาจะอยู่ที่เซียนดั้งเดิมขั้นกลาง หากแต่เพราะพลังอำนาจของปราณสุริยันแรกกำเนิด ทำให้พลังของเขาไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนขัดเกลาแม้แต่น้อย
แถมด้วยพลังสามารถอื่นๆที่มี เรียกว่าเป็นการรังแกผู้คนข้างเดียวหากลงประลองตอนนี้ก็ไม่เกินเลย
นอกจากนี้จุดประสงค์การมาของเขาก็คือ ฆ่านายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ฉีจิ้ง คนเดียว! ด้วยเหตุนี้เขาจึงคิดจะลงมือก็ต่อเมือฉีจิ้งปรากฏตัวเท่านั้น!!
ทันทีที่ฆ่าฉีจิ้งได้สำเร็จ ก็เหมือนกับเขาบรรลุเป้าหมาย
“ฉีกัง ข้าคิดขอคำชี้แนะจากเจ้า!”
ตอนนี้เองมีร่างหนึ่งจากขุมพลังชั้น 5 อย่างศาลเจ้าชุนหยางเหินร่างออกมา
เป็นชายหนุ่มที่แต่งตัวมาในชุดนักพรต หากแต่มีสายตาเยียบเย็นผิดแปลก แลดูน่ากลัวอย่างไรชอบกล