“ว่าแต่นายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องไปที่ใดกันนะ หมดวันแล้วยังไม่มาอีก”
หลายคนเริ่มพบว่านายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องอย่างฉีจิ้ง ยังไม่มาร่วมงานประลอง
“หากไม่มาก่อนถึงวันประลองวันสุดท้าย น่ากลัวว่าจะพลาดการประลองยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องครั้งนี้แล้ว!
“ดูเหมือนมันจะไม่สนใจการประลองครั้งนี้เลย”
“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก…บางทีมันแค่หยิ่งและคิดจะปรากฏตัวเข้าประลองในวินาทีสุดท้ายก่อนคัดตัวจบล่ะมั้ง?”
“เป็นไปได้อย่างยิ่ง”
……
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผู้คนต่างพากันกล่าวถึงฉีจิ้งนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องอีกครั้ง แต่ละคนล้วนตั้งแง่กับมันทั้งสิ้น
นี่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะรายนามยอดนักรบฟ้าลิ่วล่อง เป็นดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเขตอิทธิพลของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง!
ในสายตาของพวกมันการกระทำของฉีจิ้ง นับว่าลบหลู่และไม่ให้เกียรติการประลองครั้งนี้เลย!
หากพวกมันมีสิทธิ์มีเสียงล่ะก็ พวกมันจะลงมติให้ตัดสิทธิ์เข้าร่วมประลองของนายน้อยฉีจิ้งไปเสีย!
‘ฉีจิ้ง นั่นมันไม่โผล่หัวมาจริงๆ…’
ต้วนหลิงเทียนที่ยืนกอดกระบี่นิลสวรรค์อย่างเงียบงัน เดินไปหยุดยังขอบผาด้านหนึ่งของหุบเขาหลิงหลงก่อนที่จะหาซอกหลืบเล็กๆแล้วนั่งลงพิงผนัง สองตาว่ายมองไปทั่วๆหุบเขาหลิงหลง
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนเห็นว่าขุมพลังชั้น 4 ทั้ง 3 ก็กลับไปจุดพักผ่อนของพวกมันแล้ว
เหล่าขุมพลังชั้น 5 ทั้ง 3 เองก็แยกย้ายกันกลับที่ของตัว