‘คนที่ขึ้นเวทีไปประลองวันนี้ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนของขุมพลังชั้น 5 ทั้ง 3 นั่น…แทบไม่มีคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องเลย’
หลังจากที่ดูการประลองมาทั้งวัน ต้วนหลิงเทียนก็ทราบเรื่องนี้ดี
สำหรับพวกหลวงจีนลายบุปผา จิ้งชวีจื่อและจงกู้ ก็ยังไม่ได้ลงมืออะไร หาไม่แล้วพวกมันคงไปยืนเป็นจ้าวเวทีจนเบื่อทั้งวันแล้วแน่นอน
“หืม?”
ทันใดนั้นเองต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาทางเขา
ตอนแรกเขาก็คิดว่าสมควรเป็นหลวงจีนลายบุปผาที่เข้ามาสนทนากับเขาก่อนแต่สุดท้ายก็เลิกสนใจเขาไป
ทว่าพอมองย้อนกลับไป ก็พบว่าเจ้าของสายตาดังกล่าวไม่ใช่หลวงจีนลายบุปผา แต่เป็นจิ้งชวีจื่อ!
‘มันมองข้าทำไม?’
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะสงสัย ลองไถ่ถามตัวเองว่าไปทำอะไรให้เป็นจุดสนใจหรือก็ไม่! แต่หากจะถามว่าเขามีอะไรผิดแปลกไป…ก็แค่เขาอยู่คนเดียวและไม่พูดไม่จากับใคร!
แต่นอกเหนือจากจงกู้แล้ว ก็มีเขาเพียงคนเดียวที่ปลีกวิเวกไม่สุงสิงกับใครในหุบเขาหลิงหลงแห่งนี้
คนอื่นๆ อย่างน้อยก็มีสหายมาด้วยกันเป็นคู่ ส่วนมากจะจับกลุ่ม 3-4 คนขึ้นไปทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้ทำให้เขากับจงกู้ ก็แลดูแปลกแยกผิดจากคนอื่นๆไม่น้อย
‘ดูเหมือนว่ามันจะมองข้าเพราะเห็นข้าอยู่คนเดียวล่ะมั้ง’
ต้วนหลิงเทียนลอบคิดในใจหลังเห็นสายตาของจิ้งชวีจื่อ
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พบว่าจงกู้เองก็หันมามองเขาเช่นกัน เนื่องจากเคยเจอมาแล้วเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร