อีกทั้งจงกู้ก็ไม่ได้มองเขานานนัก
‘บางทีที่หลวงจีนลายบุปผาเข้ามาคุยกับข้าก็เพราะเห็นว่าข้าอยู่คนเดียวแน่ๆ…เพราะตอนนั้นจงกู้เองก็ยังมาไม่ถึง ข้าก็เลยเป็นคนเดียวที่อยู่ลำพังในหุบเขาหลิงหลง’
ต้วนหลิงเทียนลอบคาดเดา
อย่างไรก็ตามต้วนหลิงเทียนคงไม่ทราบว่าเขาเดาถูกแค่ส่วนเดียวเท่านั้น
ที่หลวงจีนลายบุปผาริเริ่มเข้ามาเป็นฝ่ายสนทนากับเขาก่อน ไม่ใช่แค่เพราะเขาอยู่ลำพังอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะความรู้สึกของมันอีกด้วย..สัญชาตญาณของหลวงจีนลายบุปผามันร้องเตือนว่าเขาไมใช่คนธรรมดา!
ในสายตาของหลวงจีนลายบุปผา เขาเป็นผู้ฝึกตนพเนจรที่ปกปิดตัวตนมาตลอด และต้องการใช้การประลองจัดอันดับสุดยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องเป็นบันได ไต่เต้าและมีชื่อเสียงขึ้นมาในฐานะผู้ที่ติดอันดับรายนามยอดนักรบฟ้าลิ่วล่อง
หนึ่งคืนสำหรับผู้ฝึกตนเป็นอะไรที่สั้นนัก
เมื่อฟ้าเริ่มสางแสงตะวันเหลืองทองจากปลายขอบฟ้าสาดส่องมาขับไล่ความมืดในหุบเขา ผู้คนก็ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อในหุบเขาสว่างไสวขึ้นมา เริ่นจงกับหลิวหงกวงก็ลอยขึ้นไปกลางฟ้าและลงมืออีกครั้ง ทำให้กระดานหมากหลิงหลงปรากฏขึ้นอีกครา
และทุกคนที่อยู่ในหุบเขา ก็อยู่บนกระดานหมากอันเขื่องอย่างไม่ทันตั้งตัวอีกรอบ
เวทีเม็ดหมากทั้ง 10 ลอยขึ้นไปค้างเติ่งบนฟ้าเหมือนดั่งเดิม