ต้วนหลิงเทียนบังเอิญเหยียบอยู่บนเวทีเม็ดหมากสีขาวเวทีหนึ่งอยู่พอดี เขาจึงเลือกที่จะเดินไปหยุดยืนริมขอบๆ กอดกระบี่นิลสวรรค์เอาไว้อย่างเงียบงัน สายตาจับจ้องไปยังพื้นที่ว่างกว้างขวางตรงกลางเวทีเม็ดหมาก
ครู่ต่อมาบรรดาจ้าวเวทีทั้ง 10 ของเมื่อวานก็ขึ้นมายืนประจำการอีกครั้ง
หลังจากนั้นไม่ทันไร ผู้คนก็เหินร่างตามขึ้นมาเพื่อท้าประลอง และวันนี้การต่อสู้ก็ดุเดือดกว่าเมื่อวาน แถมบนเวทีเม็ดหมากต่างๆยังมีคนมายืนดูเรื่องราวริมขอบแบบต้วนหลิงเทียนกันมากขึ้น
ฉากการประลองใจกลางเวทีเม็ดหมากวันนี้เป็นอะไรที่รุนแรงและโหดร้ายกว่าเมื่อวานไม่น้อย
จ้าวเวทีเรียกว่าเปลี่ยนหน้าไปคนแล้วคนเล่า บ้างก็ลาเวทีเพราะยอมแพ้ บ้างก็ตกตายไม่เหลือแม้แต่ศพ นับว่าฉากเรื่องราวเป็นอะไรที่นองเลือดนัก
สักพักเรื่องราวบนเวทีก็เริ่มเงียบๆ
“ข้าเอง!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นในอากาศ ปรากฏร่างชายหนุ่มร่างกายบึกบึนเดินออกจากกลุ่มคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ร่างกายของมันเรียกว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามให้ความรู้สึกเข้มแข็งทรงพลัง
ทุกย่างก้าวสง่าผ่าเผยยังแลดูห้าวหาญออกไปในทางดิบเถื่อน มองไปให้ความรู้สึกไม่ต่างใดจากกอริลลากำลังเดินออกจากป่า!
ต่อหน้าร่างชายบึกบึนปานกอริลล่าคนนี้ ผู้เข้าประลองหลายคนแลดูเหมือนคนผอมแห้งอมโรคทันที
“ในที่สุดคนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องก็ลงมือเสียที!”