ด้านหลังทั้ง 4 ก็ยังมีกลุ่มนักพรตวัยกลางคน และนักพรตชราอีกไม่น้อย
“เป็นนักพรตจากศาลเจ้าชุนหยาง!”
ตอนนี้เองผู้คนในหุบเขาหลิงหลงที่สังเกตเห็นการมาถึงขบวนนักพรต ก็เริ่มกล่าวกันออกมาอื้ออึง
ผู้ที่นำกลุ่มขบวนนักพรตมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นผู้นำศาลเจ้าชุนหยางนั่นเอง
สำหรับชายชราทั้ง 2 ที่อยู่ด้านหลังก็คือรองผู้นำศาลเจ้าชุนหยาง ส่วนชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆทั้งคู่นั้น ก็คือ จิ้งชวีจื่อ นักพรตเต๋าที่มีอัจฉริยะภาพสูงสุดในศาลเจ้าชุนหยาง
ตอนนี้ในศาลเจ้าชุนหยาง ยกเว้นชายชราและผู้อาวุโส ผู้คนในวัยไล่เลี่ยกันทั้งหมดล้วนเรียกหามันว่า ศิษย์พี่ใหญ่ ทั้งสิ้น
ดังนั้นจึงเป็นที่รู้กันทั่วในเขตอิทธิพลคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ว่าหากกล่าวถึง ศิษย์พี่ใหญ่ของศาลเจ้าชุนหยาง ก็คือ จิ้งชวีจื่อ คนนี้นี่เอง
แตกต่างจากคนที่เอาแต่ใจไร้จรรยาอย่างหลวงจีนลายบุปผาคนละโลกนัก! เพราะจิ้งชวีจื่อคนนี้นับว่าเป็นคนเจ้าระเบียบแถมยังประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรมอันดี…ในด้านอัจริยะภาพทางเชิงยุทธ์ทั้งคู่อาจทัดเทียมกัน แต่บุคลิกภาพของพวกมันนับว่าต่างกันสุดขั้ว!
“เฮ่! โยมชวีจื่อพวกเรามิได้พบกันนานแล้วนะ…การประลองสุดยอดนักรบคราวนี้ อาตมาขอบิณฑบาตอันดับ 1 แล้วกัน!”
หลวงจีนลายบุปผามองจิ้งชวจื่อค่อยกล่าวออกมาพร้อมหัวร่าอย่างสนุกสนาน ในวาจายังเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจไม่น้อย