ำงานหัวหมุนแล้วนางไม่โวยวายบ้าง
ทว่าเก็บเกี่ยวมันเทศในฤดูเก็บเกี่ยวปีนี้ นางกลับไม่แม้แต่จะมีปากมีเสียงเลยไม่ใช่หรือ?
เหอะ…. ผิดวิสัยยิ่งนัก!
หรือว่าครอบครัวของนางจะทำเงินได้มากจริง ๆ
“แหม จะเก็บเกี่ยวได้สักเท่าไหร่กัน ก็เท่ากับปีก่อนนั่นแหละ” นางตอบพลางยกยิ้ม
“โกหกใช่ไหม หากเท่ากับปีก่อน เจ้าจะยิ้มกว้างเช่นนี้หรือ?”
“ข้าเพียงนึกถึงปีหน้า หากพรุ่งนี้ลงปลูกแล้วที่ดินแต่ละหมู่มีผลผลิตดี ยิ่งมีที่ดินมากก็ยิ่ง…” นางเอ่ย “เพียงข้านึกถึงมันก็ดีใจจนหุบปากไม่ลงแล้ว”
ได้ยินนางพูดเช่นนั้น หญิงคนหนึ่งก็เอ่ยผสมโรงพร้อมรอยยิ้ม “ใช่แล้ว หากเจ้าไม่พูดข้าก็คิดไม่ได้ ปีนี้ได้ที่ดินมากขึ้น หากใช้ที่ดินนี้เพาะปลูกสำหรับเก็บเกี่ยว ปีหน้าก็คง…”
นางเพิ่งกล่าวว่าดีใจจนหุบปากไม่ลง หากไม่ได้ชาวบ้านช่วยเหลือเอาไว้ ความพยายามที่จะ ‘ดึงต้นกล้าให้โต’ คงทำให้ที่ดินหมดสภาพไปนานแล้ว
เมื่อนึกถึงเรื่องไม่สบอารมณ์ นางก็มองค้อนขวับ “เหอะ!”
นางเดินหนีไปพลางส่ายหน้า
ใครบางคนสะกิดนาง “พูดเรื่องนั้นออกมาทำไมกัน จี้ใจดำนางเสียเปล่า”
“ข้าเพียงทนเห็นนางมีความสุขไม่ได้” นางกล่าว “ครอบครัวนางเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เดิมทีเราเองก็มีส่วนช่วยเหลือ นางรู้อยู่แก่ใจกลับไม่รู้จักขอบคุณ”
“เอาเถิด รีบไปส่งน้ำให้สามีเจ้า พวกเขาทำงานกันอยู่ กลัวจะคอแห้งตายเสียก่อน”
……
ชิ้นมันเทศยังไม่ทันตากแห้ง ข้าวฟ่างที่เพิ่งเก็บเกี่ยวก็มาถึง สำหรับสกุลจู