้านหนึ่งหลินซื่อก็กำลังบรรจงทายาให้จูอู่พลางพร่ำบ่น “ปีก่อนท่านรู้จักหลีกเลี่ยงแดด เหตุใดปีนี้ไม่ทำเช่นนั้น ดูสิว่าแดดไหม้แขนท่านไปถึงไหนแล้ว ผิวเสียไปถึงไหล่แล้ว”
“ปีก่อนก็ส่วนปีก่อน ปีนี้ไม่เหมือนกัน”
“ต่างกันตรงไหน ท่านเองก็ช่วยเก็บเกี่ยวกับพี่ชายเช่นเดิม จะบอกว่าพี่สามกับท่านพ่อไม่อยู่อย่างนั้นหรือ แต่ว่าท่านแม่ก็หาข้ารับใช้มาเพิ่มแล้ว พวกเขาไม่ได้ช่วยทำงานหรือ” หากเย่อวี๋หรานไม่ได้ซื้อตัวข้ารับใช้มา นางยังพอเข้าใจได้ว่าเขาต้องทำงานแทนพี่สามและจูเหล่าโถว นางถึงได้อึดอัดใจเช่นนี้
ปกติจูอู่รู้จักเลี่ยงงานหนัก แต่ใครเล่าจะคิดว่าเก็บเกี่ยวปีนี้เขาจะโง่ออกหน้าและพาตัวเองมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
“ข้ารับใช้ก็ส่วนข้ารับใช้ ข้าก็ส่วนข้า” เขาเอ่ย “ข้าจะทำเหมือนก่อนไม่ได้ หากเอาแต่เกียจคร้านต่อไปท่านแม่จะมอบสิ่งสำคัญให้ข้าได้อย่างไร”
เมื่อก่อนเขาเกียจคร้านเพราะที่ดินของครอบครัวเล็กและคงไม่มีส่วนแบ่งตกมาถึงมือเขา
จูอู่ผู้เจ้าเล่ห์ย่อมไม่คิดใส่ใจสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเอง ทว่าตอนนี้ต่างออกไป ครอบครัวกำลังจะซื้อที่ดินผืนใหม่ เขาต้องได้รับส่วนแบ่งอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นมารดายังสนับสนุนให้เขา ‘ดูแล’ กิจการของครอบครัว หมายความชัดเจนว่าต้องการพึ่งพาเขา
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ต้องการทำให้นางผิดหวังและถูกนางหมางเมิน
“ท่านแม่มอบสิ่งสำคัญให้ท่านหรือ?” หลินซื่อได้ยินก็รีบขยับเข้า