พอได้ทราบว่าต้วนหลิงเทียนมาถึงคฤหาสน์คลื่นขจีแล้วสองตาเฟิ่งเทียนหวู่ก็ส่องสว่างขึ้นมา แต่ทว่าพอพบว่าอีกฝ่ายเพียงอยู่ได้เดือนเดียวก็จากไป ก็ทำให้ใจของนางหมองลงทันที
เพราะนี่หมายความว่านางไม่อาจหาพี่ใหญ่ของนางพบอีกแล้ว…
“เฉวี่ยไน่ พี่ใหญ่ต้วนได้บอกท่านไว้หรือไม่ว่าเขาจะไปที่ใด?”
เฟิ่งเทียนหวู่มองสบตาหานเฉวี่ยไน่ ก่อนที่จะเปิดประตูเห็นภูผากล่าวถามออกมาด้วยประกายตาวาดหวัง
“พี่ใหญ่มิได้บอกไว้…”
หานเฉวี่ยไน่ได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบกลับไป
พอเห็นเช่นนี้ เฟิ่งเทียนหวู่ก็เผยความผิดหวังออกมาทันที
เพราะเบาะแสสุดท้ายของต้วนหลิงเทียนได้ขาดลงตรงนี้
จังหวะนี้เฟิ่งเทียนหวู่รู้สึกเคว้งคว้างล่องลอย ด้วยไม่รู้ว่าจะไปตามหาต้วนหลิงเทียนที่แห่งหนตำบลใด…
ด้วยคำเชิญของหานเฉวี่ยไน่ เฟิ่งเทียนหวู่จึงพักอยู่ในบ้านของนาง
ไม่ทันครบเดือน ข่าวเกี่ยวกับคนนอกที่มาเข้าพักบ้านหานเฉวี่ยไน่อีกครั้งก็ล่วงรู้มาถึงหูของหานซิ่น อาวุโสสูงสุดของคฤหาสน์คลื่นขจีอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามเพราะเฟิ่งเทียนหวู่เป็นสตรี พวกมันเลยไม่ค่อยใส่ใจสักเท่าไร
แล้วกาลเวลาก็ล่วงเลยไหลไปดั่งสายน้ำอย่างเงียบงัน…
ภายในเขตคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง บทสนทนาเรื่องการประลองสุดยอดนักรบก็เรียกว่ามาถึงจุดสูงสุด และเพียงพริบตาเวลาที่เหลือก่อนการประลองจะเริ่มก็มีแค่เดือนกว่าๆเท่านั้น