เหตุผลที่มันกล่าวบอกเรื่อง รายนามสุดยอดนักรบฟ้าลิ่วล่องออกมารวมถึงการประลองจัดอันดับดังกล่าว ก็เพื่อย้ำเตือนให้ต้วนหลิงเทียนตระหนักได้ชัดเจน ว่าไร้หนทางอื่นใดในการช่วยเหลือหานเฉวี่ยไน่ออกจากทะเลเพลิงแล้วจริงๆนอกจากไปลอบสังหารนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง!
“ลุงหาน ท่านรู้หรือไม่ว่าพลังฝึกปรือของนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องสูงแค่ไหน?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถาม
“มันอยู่ในขอบเขตเซียนขัดเกลา”
หานเจิ้งเทียนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เมื่อหลายปีที่แล้วข้าได้ยินว่ามันสามารถทะลวงถึงขอบเขตเซียนขัดเกลาได้สำเร็จ…เนื่องจากใกล้ถึงการประลองจัดอันดับสุดยอดนักรบเต็มที ข้าเชื่อว่าผู้นำคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องต้องมอบทรัพยากรบ่มเพาะที่ดีที่สุดให้มันเป็นแน่….เช่นนั้นจึงมิใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่มันจะบรรลุถึงขอบเขตเซียนขัดเกลาขั้นกลางได้ทันวันงานประลอง”
“เซียนขัดเกลาขั้นกลาง?”
ต้วนหลิงเทียนโค้งคิ้ว
เท่าที่เขารู้มา ต่อให้เป็นขุมพลังชั้น 6 แต่ผู้ที่มีฝีมือร้ายกาจที่สุด ก็ยังอยู่ในขอบเขตเซียนขัดเกลา..
ทว่านายน้อยของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องที่ยังวัยไม่ครบ 50 ปีที กลับอาจบรรลุถึงขอบเขตเซียนขัดเกลาขั้นกลางแล้ว?
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนจึงตระหนักได้ถึงอิทธิพลและความน่ากลัวของขุมพลังชั้น 4
“มิฉะนั้นข้าคงไม่กล่าวบอกเจ้าแต่แรกว่ามันสมควรติด 1 ใน 3 ของรายนามสุดยอดนักรบฟ้าลิ่วล่อง”
หานเจิ้งเทียนเผยยิ้มออกมาอย่างขื่นขม