หานเจิ้งเทียนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตอนนี้ หานซิ่น ที่เป็นดั่งตัวแทนของคฤหาสน์คลื่นขจีได้ตบปากรับคำไปแล้วว่ายินดีจัดงานวิวาห์ระหว่างคฤหาสน์คลื่นขจีกับคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี ด้านคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องก็ได้กำหนดวันแต่งอันเป็นปีหน้าออกมาเรียบร้อย ยังส่งบัตรเชิญไปยังแขกเหรื่อทั่วทุกสารทิศ…เช่นนั้นจึงมีทางเดียวที่จะล่มงานวิวาห์ครั้งนี้ได้…ฆ่านายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องนั่นทิ้ง!”
“ตอนแรกข้าคิดจะให้ยาโถวน้อยเฉวี่ยไน่หลบหนีไปเสีย…แต่ยาโถวน้อยนั่นเฉลียวฉลาดยิ่ง นางไม่อยากสร้างความลำบากใจให้ข้า และไม่อยากให้คฤหาสน์คลื่นขจีต้องตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นล่มสลายเพราะมีนางเป็นต้นเหตุ…”
หานเจิ้งเทียนได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างขื่นขม
“อันที่จริงข้ายังคิดวิธีบ้าบิ่นอย่างวางยาให้นางตกอยู่ในภาวะไร้สติและลอบพานางหลบหนีไปเสีย…แต่ยาโถวน้อยนางนี้นับว่าฉลาดเฉลียวยิ่ง นางกลับล่วงรู้ว่าข้าอาจใช้วิธีนี้กับนาง จึงลั่นวาจาสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้าออกมา ว่าหากข้ากระทำวิธีการทำนองนั้นเพื่อช่วยนางออกไป นางจะไม่ขออยู่อีกต่อไปแม้จะรอดมาได้ก็ตาม…”
วาจาท้ายประโยคหานเจิ้งเทียนเผยความอับจนหนทางออกมาทางสีหน้าแววตา
ลูกสาวของมันปฏิเสธที่จะเชื่อฟังและให้ความร่วมมือ เรื่องนี้ทำให้มันทุกข์ใจนัก