แต่อีกด้านหนึ่งมันก็อดสุขใจเสียไม่ได้ เพราะนี่หมายความว่าลูกสาวตัวน้อยในวันวานที่แสนซุกซนได้เติบโตขึ้นมา จนรู้ผิดชอบชั่วดี กระทั่งเข้าใจคำว่าภาระหน้าที่ๆพึงกระทำแล้ว
ฟังเรื่องที่หานเจิ้งเทียนเล่าออกมา ใจต้วนหลิงเทียนก็อดสะท้านไปเสียไม่ได้
ถึงแม้เขาจะรู้จักกับหานเฉวี่ยไน่มานานปี แต่ในสายตาเขาหานเฉวี่ยไน่เสมือนเด็กสาวตัวน้อยที่ยังไม่เติบโต สดใสร่าเริงและมักซุกซนอยู่เสมอ ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่นางกลับเติบโตและมีความรับผิดชอบถึงขนาดนี้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงยิ่งทุกข์ใจกับเรื่องของหานเฉวี่ยไน่นัก
“คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง…”
ในแววตาต้วนหลิงเทียนเผยเพลิงโทสะขึ้นมากองหนึ่ง ยังคล้ายจะผลาญเผาได้ทุกสิ่ง
“ตอนนี้ข้ายังมีความคิดบางอย่าง…”
หานเจิ้งเทียนมองไปยังต้วนหลิงเทียน ค่อยกล่าว “หลังจากที่ข้าลอบสังหารนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องไปแล้ว ถึงแม้คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องจะมีโมโหจนลงมือกับคฤหาสน์คลื่นขจี แต่ยังมีทางให้เฉวี่ยไน่รอดไปได้…นั่นคือให้เจ้าเป็นผู้พานางออกไป กระทำเช่นนี้ย่อมไม่ขัดต่อคำสาบานของนาง ดังนั้นข้าจึงหวังให้เจ้าถ่ายทอดทักษะลับแปลงโฉมนั่นให้ข้า”
“ทำไม่ได้หรอกลุงหาน!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวคำคัดค้านทันที
ล้อกันเล่นหรือไร!?
เจตนาของหานเจิ้งเทียนคือละทิ้งชีวิตตัวเอง กระทั่งละทิ้งคฤหาสน์คลื่นขจี! จะให้เขารับปากได้อย่างไร!?
หาไม่แล้วในวันหน้าจะให้เขามีไปสู้หน้าหานเฉวี่ยไน่อย่างไร?