“ฮึ! ในที่สุดเจ้าก็นั่งไม่ติดที่แล้วรึไง? เจ้ากลัวว่าข่าวฉาวนี้จะแพร่ออกไปใช่หรือไม่? กลัวว่าเกิดทำให้นายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องน่าตายนั่นไม่พอใจขึ้นมา มันจะมาระบายโทสะลงกับคฤหาสน์คลื่นขจี ทั้งลงหัวพวกเจ้างั้นสิ!”
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใด หานเฉวี่ยไน่พลันกล่าวเย้ยเยาะออกมา ปากยังเบ้ออกด้วยความชิงชัง
ลึกลงไปในแววตายังเผยประกายเย็นชา มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้นางออกอาการจงเกลียดจงชังได้ขนาดนี้…หานซิ่น! อาวุโสสูงสุดคฤหาสน์คลื่นขจี สกุลหาน!!
ส่วนอีกด้านนั้น พอหานเค่อนำสิ่งที่หานเฉวี่ยไน่ตอบสนองมารายงานหานซิ่น มันก็หัวร้อนเป็นฟืนไฟ!
“บัดซบ! ยาโถวน้อยนั่นคิดก่อกบฏขึ้นมาตอนนี้รึไรกัน!?”
ใบหน้าหานซิ่นมืดดำปานจะคั้นได้เป็นน้ำหมึก ทั้งยังอัปลักษณ์ปั้นยากนัก ลูกตายังเผยประกายเย็นเยียบเสียดแทงปานจะฉีกผ่าได้ทุกสิ่ง
“อาวุโสสูงสุด คราวนี้คุณหนูใหญ่ทำเกินไปแล้วจริงๆ! แล้วพวกเราจักทำอย่างไรกันดีเล่าท่าน? พวกเรามิอาจปล่อยให้นางกระทำเรื่องนี้ตามอำเภอใจของนางได้! เกิดงานวิวาห์ล่มเพาะเรื่องนี้..คฤหาสน์คลื่นขจีเราได้กลบฝังไปพร้อมกับนางแน่!!”
หานเค่อกล่าวออกมาด้วยความกังวลใจ
“ตอนนี้ก่อนอื่นใด…เจ้าไปเร่งตรวจสอบตัวตนของบุรุษผู้นั้นมาเสีย! ว่ามันเป็นใครแล้วมาหายาโถวน้อยนั่นทำอะไร…หรือที่แท้มันต้องการอันใดจากคฤหาสน์คลื่นขจีของพวกเรากันแน่!”
หานซิ่นมองหานเค่อด้วยแววตาลงลึก ค่อยกล่าวออกเสียงเข้ม