หานซิ่นกล่าวสั่งหานเค่อสืบต่อ “ตอนนี้ยาโถวน้อยนั่นมันเคียดแค้นชิงชังพวกเรา พวกเราจึงต้องกดดันบิดาของนางให้ไปกล่าวบอกกับนางเอง…เพราะหากพวกเราไปบีบนางมากเข้าผู้ใดจะไปรู้ เกิดนางหนีขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
“เรื่องนี้ขอท่านอาวุโสสูงสุดวางใจ ข้าจักไปหารือกับอาวุโสท่านอื่นๆ ทั้งพากันไปกดดันให้ท่านผู้นำคฤหาสน์เข้าใจสถานการณ์…ข้าเชื่อมั่นว่าผู้นำคฤหาสน์ย่อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคฤหาสน์คลื่นขจีเป็นที่สุด เพราะเรื่องนี้สำคัญใหญ่หลวงนัก!!”
หานเค่อตอบรับ
“เหอะ! ให้ความสำคัญกับคฤหาสน์คลื่นขจีงั้นเหรอ?”
หานซิ่นยกยิ้มแสยะ “หากให้ความสำคัญกับคฤหาสน์คลื่นขจีจริง ไฉนมันถึงได้มีความคิดส่งบุตรีให้หนีออกไปเสียเล่า? ในใจของมันคฤหาสน์คลื่นขจีแม้สำคัญ..แต่น่ากลัวว่ายังสำคัญไม่เท่าความสุขชั่วชีวิตของบุตรีหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของมัน!!”
“ทว่าสำหรับยาโถวน้อยนั่น บิดาของนางก็มีความสำคัญมากกว่าทุกสิ่ง! รวมถึงความสุขชั่วชีวิตของนาง!!”
หานซิ่นหัวเราะเยาะออกมา “ดังนั้นงานวิวาห์ครั้งนี้พวกเราไม่ต้องกลัวว่านางจะชิ่งหนี…สิ่งที่พวกเราต้องจัดการดูแลให้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือ…ทำให้การแต่งออกของคุณหนูใหญ่คฤหาสน์คลื่นขจีราบรื่น! เพราะเรื่องนี้ยังจะทำให้คฤหาสน์คลื่นขจีของพวกเราจักได้ชื่อว่ามีสัมพันธ์อันดีกับคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง!!”