“ดังนั้นต่อให้ข้าเสียโฉมและหน้าตาดูไม่ได้ ถึงนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องนั่นแม้จะไม่แยแสข้าอีกต่อไป แต่มันก็คงพยายามทำให้การแต่งงานลุล่วงไปได้ด้วยดี…เพราะมันได้นัดแขกเหรื่ออันใดไว้มากมายแล้ว..อย่าว่าแต่น่าเกลียด ต่อให้ข้าป่วยหนักลุกไม่ไหว แต่มันก็ต้องลากข้าไปแต่งกับมันเพื่อรักษาหน้าแน่…”
กล่าวถึงท้ายประโยคหานเฉวี่ยไน่เผยความขื่นขมและอับจนหนทางออกมา
คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องเป็นขุมพลังชั้น 4 อันแข็งแกร่ง ซึ่งห่างไกลจากคฤหาสน์คลื่นขจีจะเทียบได้
ต่อหน้าคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง กระทั่งคฤหาสน์คลื่นขจียังต้องคอยยกหางให้อีกฝ่าย
“อะไร? วันแต่งเจ้าถูกกำหนดแล้ว ทั้งยังเชิญผู้คนไปแล้ว?”
ใบหน้าต้วนหลิงเทียนจมลงทันใด สองตาทอประกายแสงเย็นกล่าวถามเสียงเข้ม “เฉวี่ยไน่…เป็นวันใด?”
“อีก 1 ปีหลังจากนี้”
หานเฉวี่ยไน่กล่าว
” 1 ปี?”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับค่อยกล่าว “ถ้างั้นหากมีอันใดเกิดขึ้นกับนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องในช่วงเวลานี้เล่า…หากตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น หรือคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องยังไม่คิดจะปล่อยคฤหาสน์คลื่นขจีไป?”
“ใช่”
หลังจากที่หานเฉวี่ยไน่พยักหน้ารับด้วยทีท่ารังเกียจ นางก็เล่าออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ “ข้าได้ยินเรื่องนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องมานานแล้ว นับเป็นตัวบัดซบไม่ต่างใดจากหานจิ้นเหนียนแม้แต่น้อย! จักเป็นการดีถึงเพียงใดจริงหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับมันในปีนี้ ให้มันตกตายไปเลยยิ่งดี!!”