ด้านต้วนหลิงเทียนนิ่งเงียบฟังคำสบถของหานเฉวี่ยไน่ไปไม่ตอบคำ หากแต่ในแววตากลับทอแสงสว่างเย็นวาบขึ้นมา
“จริงสิ พี่ใหญ่หลิงเทียน ท่านทิ้งข้อความไว้ที่ทวีปเมฆาล่อง ว่าพี่สาวเค่อเอ๋อถูกคนของลัทธิบูชาไฟพาตัวไปงั้นหรือ?”
ทันใดนั้นหานเฉวี่ยไน่ก็คล้ายนึกอะไรได้ออก นางจึงกล่าวถามต้วนหลิงเทียนออกมาทันที
“อะไรกัน? เฉวี่ยไน่ เจ้ารู้จักลัทธิบูชาไฟด้วยงั้นเหรอ?!”
เมื่อเห็นสีหน้าเข้มขึงจริงจังของหานเฉวี่ยไน่ ต้วนหลิงเทียนตระหนักได้ทันทีว่าหานเฉวี่ยไน่อาจจะรู้จักลัทธิบูชาไฟ
“ก่อนหน้านี้ข้าเองก็มิรู้จักลัทธิบูชาไฟ…แต่พอข้ากลับมาและถามชิงหนู นางเลยลองไปค้นหาในบันทึกโบราณดู สุดท้ายจึงได้พบบันทึกโบราณม้วนหนึ่งที่มีข้อมูลของลัทธิบูชาไฟ”
ขณะกล่าวถึงจุดนี้หานเฉวี่ยไน่ก็สะบัดมือคราหนึ่ง ปรากฏเป็นม้วนคัมภีร์แลดูเก่าแก่ม้วนหนึ่งผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า ก่อนที่จะพลิกข้อมือเบาๆส่งม้วนคัมภีร์นั่นให้ต้วนหลิงเทียน
“ข้าเหน็บกระดาษช่วงที่มีเรื่องของลัทธิบูชาไฟบันทึกไว้ให้พี่ใหญ่แล้ว”
หานเฉวี่ยไน่กล่าวออกอีกครั้ง
ด้วยกระดาษที่เหน็บไว้ด้านข้าง ต้วนหลิงเทียนคลี่คัมภีร์ออกไม่ทันไร ก็ถึงเนื้อหาส่วนดังกล่าว เขาว่ายตาอ่านเนื้อหาที่ว่าทันที
ทว่ายิ่งอ่านไปนานเท่าไหร่ สีหน้าต้วนหลิงเทียนยิ่งบิดเบี้ยวอัปลักษณ์นัก