“พี่ใหญ่หลิงเทียน…”
คราวนี้เรียกว่าถึงตาหานเฉวี่ยไน่กล่าวปลอบต้วนหลิงเทียนบ้างแล้ว
“ข้าไม่เป็นไร”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวเบาๆ ก่อนที่จะกล่าวบอกหานเฉวี่ยไน่ “เฉวี่ยไน่ ช่วยจัดห้องให้ข้าด้วย ข้าอยากพักผ่อนสักหน่อย”
“ได้”
หานเฉวี่ยไน่พยักหน้า ก่อนที่จะพาต้วนหลิงเทียนไปยังห้องหับว่างเปล่า
เมื่อรู้ว่าอารมณ์ของต้วนหลิงเทียนไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ หานเฉวี่ยไน่ก็กล่าวลาต้วนหลิงเทียนทันทีที่ส่งถึงห้อง
เมื่อนางจากมาใบหน้าของนางก็เผยความทุกข์ระทมออกมาเช่นกัน นางรู้สึกว่านางกับพี่ใหญ่หลิงเทียนช่างตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายนัก ต่างเข้าใจความทุกข์ของอีกฝ่ายกันอย่างดี
และพอคิดถึงสถานการณ์ของนางตอนนี้ ใจนางก็หม่นหมองลงถึงขีดสุด
หากนางเลือกที่จะหนี นางก็อาจจะหลบหนีไปจากคฤหาสน์คลื่นขจีได้ไม่ยาก…เพราะบิดาของนางเป็นคนที่ตระเตรียมหนทางหนีให้นางเอง ทั้งยังพยายามกล่าวให้นางหนีไปแล้ว แต่เป็นนางที่ไม่อาจละทิ้งคฤหาสน์คลื่นขจีไปได้
ในคฤหาสน์คลื่นขจี หานซิ่นกับคนอื่นๆนั้นนางไม่ได้แยแสแม้แต่น้อย
หากแต่นางใส่ใจบิดาของนางกับลุงมู่นัก
ด้วยเหตุนางจึงปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวและเลือกที่จะอยู่ที่นี่
“ข้าไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าข้าหานเฉวี่ยไน่กลับมีวันนี้ได้…หากข้ารู้ว่าหานซิ่นเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์เช่นนี้ข้าจักมิสนใจมัน! หากวันนั้นข้าไม่ไปหามัน ข้าคงไม่ต้องพบกับนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องนั่น!”