หลังจากที่ร่ำไห้ระบายออกไปพักใหญ่ หานเฉวี่ยไน่ก็ผละออกจากอ้อมอกต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะปาดน้ำตาแล้วพยายามฝืนยิ้มกล่าวถามออกมา “พี่ใหญ่หลิงเทียน ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่?”
“ตอนแรกข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าเจ้าอยู่คฤหาสน์คลื่นขจีหรือเปล่า…ข้าก็แค่ลองวัดดวงมาดูน่ะ”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกด้วยรอยยิ้ม หากแต่ลึกลงไปในแววตายังเผยความกังวลทั้งร้อนใจออกมาอย่างยากจะปกปิด
“พี่ใหญ่หลิงเทียน เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะ”
หานเฉวี่ยไน่มองไปรอบๆครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพาต้วนหลิงเทียนเดินตัดลานเข้าไปในตัวบ้าน
หลังจากที่เข้ามาในบ้านแล้ว หานเฉวี่ยไน่ก็ปิดประตู ชิงหนูเองก็วูบร่างมาหยุดขวางหน้าประตูเอาไว้ดั่งเทพผู้พิทักษ์ คล้ายจะให้ต้วนหลิงเทียนกับหานเฉวี่ยไน่ได้สนทนากันอย่างปลอดภัย
“เฉวี่ยไน่ พี่สาวเฟยเอ๋อของเจ้า กับเจ้าตัวเล็กทั้ง 3 ได้มาที่นี่หรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนีท่จะมองถามหานเฉวี่ยไน่ออกมาอย่างอดไม่ไหว
“อื้อ”
หานเฉวี่ยไน่พยักหน้า
“แล้วตอนนี้พี่สาวเฟยเอ๋อของเจ้า กับ 3 ตัวเล็กนั่นเล่า อยู่ที่ไหนในคฤหาสน์คลื่นขจีหรือ?”
ลูกตาต้วนหลิงเทียนส่องแสงสว่างจ้า สีหน้ายังเผยความร้อนใจออกมา คล้ายยังอยากงอกเงยปีกเพื่อเหินบินไปหาลี่เฟยมันเสียตอนนี้เลย
“พวกนางเคยอยู่ แต่ตอนนี้…”
หากแต่ด้านเฉวี่ยไน่พอได้ยินคำถามนี้ของเขา นางกลับเผยยิ้มออกมาอย่างฝืนๆ