อย่างไรก็ตาม ระหว่างเรื่องทั้ง 2 นี้ต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ว่าการจะทะลวงด่านพลังสมควรง่ายดายยิ่งกว่าบรรลุขั้นที่ 2 ของยอดใจกระบี่มากนัก เพราะอย่างหลังนั้นลึกล้ำเกินไป จนถึงตอนนี้เขายังไม่พบเบาะแสหรือเค้าลางใดๆในการทะลวงมันเลย
ต้วนหลิงเทียนที่เหม่อลอยครุ่นคิดไปเรื่อย ก็เดินกลับมาถึงที่พักโดยไม่ทันรู้ตัว
หลังจากกลับมาถึงที่พักแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ตัดสินใจพักผ่อนหนึ่งวันก่อนที่จะออกเดินทาง ‘เช้าพรุ่งนี้ข้าจะไปคฤหาสน์คลื่นขจีสาขาย่อยในเมืองคลื่นขจีนี่ดู ถึงตอนนั้นข้าจะให้พวกมันไปแจ้งให้เฉวี่ยไน่รู้ว่าข้ามาหานางในฐานะสหาย และทันทีที่นางรู้ว่าข้ามาถึงเมืองคลื่นขจี นางต้องรีบมาหาข้าแน่’
เมื่อวางแผนได้แล้ว ใจต้วนหลิงเทียนก็สงบลง
แต่แน่นอนว่าใจเขายังไม่อาจสงบลงได้อย่างสมบูรณ์ เพราะเขารู้ว่าสถานการณ์ที่หานเฉวี่ยนไน่เผชิญอยู่ตอนนี้เป็นอะไรที่มืดแปดด้านนัก
‘ด้วยลักษณะนิสัยของเฉวี่ยไน่ เป็นไปไม่ได้ที่นางจะยินดีอยู่ร่วมกับนายน้อยฟ้าคฤหาสน์ลิ่วล่องอะไรนั่น…ข้ามั่นใจว่านางต้องปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้แน่นอน อย่างไรก็ตามข้าไม่รู้ว่านางจะมีปัญหาอะไรกับคฤหาสน์คลื่นขจีหรือไม่ หากนางมีปัญหาข้าคงต้องไปหานางที่นั่นเองแล้วจริงๆ’
คิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็ขมวดคิ้วด้วยความกังวล
เขารู้จักหานเฉวี่ยไน่มานาน นิสัยนางเป็นเช่นไรเขาย่อมทราบดี