“ในที่สุดเจ้าก็จะให้ข้าตอบแทนเรื่องที่ข้าติดค้างเจ้าไว้แล้วหรือ?”
สตรีชราในชุดสีเทาที่ถูกเรียกว่า เฮยหยา นั้น เผยสีหน้าอื้ออึง สองตายังทอแสงสว่างวาบเร่งถามออกมาด้วยความประหลาดใจ
หลายปีที่แล้วสื่ออวิ๋นเคยช่วยชีวิตนางเอาไว้ครั้งหนึ่ง
และนางก็ไม่ใช่คนเนรคุณคน เช่นนั้นแล้วจึงติดตามสื่ออวิ๋นกลับมายังนิกายอัคคีล่องลอยแห่งนี้ด้วย และสัญญาว่าจะออกจากนิกายอัคคีล่องลอยหลังตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิตของสื่ออวิ๋น
และนั่นก็กินเวลากว่า 20 ปีมาแล้ว
อิสรภาพนั้นนางย่อมโหยหามันเป็นธรรมชาติ แต่ในสายตาของนางมีเพียงอิสรภาพหลังจากที่นางได้ชำระหนี้ ตอบแทนบุญคุณสื่ออวิ๋นแล้วเท่านั้น ถึงจะเป็นอิสรภาพที่แท้จริง
หาไม่แล้วปมในใจของนางคงไม่อาจคลาย
เดิมทีเฮยหยาคิดว่านางคงไม่ได้ช่วยเหลืออะไรสื่ออวิ๋นไปชั่วชีวิตเสียแล้ว…เพราะพลังฝีมือของสื่ออวิ๋นตอนนี้ ไม่มีอะไรให้นางช่วยจริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาไม่กี่ปีให้หลังมานี้ ช่องว่างความห่างของพลังฝีมือระหว่างนางกับสื่ออวิ๋นก็มีแต่จะหดแคบลง
นางได้คิดถึงเรื่องที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว และนั่นก็คือการอยู่นิกายอัคคีล่องลอยไปชั่วชีวิต
ทว่าวันนี้การมาของสื่ออวิ๋น เสมือนเป็นแสงอรุณแห่งความหวังที่ส่องเข้ามาในใจที่เงียบสงบมานานปีของนางก็ไม่ปาน
“ตราบใดที่เจ้าช่วยข้าเรื่องนี้ พวกเราถือว่าหายกัน”
สื่ออวิ๋นกล่าว
“เจ้าว่ามาเถอะ!”