เฮยหยาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาตรงๆ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะขออะไรหากอยู่ในวิสัยที่นางพอกระทำได้ นางจะทำมันให้ได้!
“ศิษย์ของข้าพึ่งเดินทางออกจากนิกาย คราวนี้นางคงร่อนเร่อยู่ข้างนอกอีกนาน…ข้าอยากให้เจ้าคอยลอบคุ้มกันนางอย่างลับๆ จนกว่าพลังฝีมือของนางจะเหนือกว่าเจ้า! จากนั้นระหว่างข้ากับเจ้า พวกเราถือว่าหายกัน ไม่มีใดติดค้างกันอีก เจ้าสามารถออกจากนิกายอัคคีล่องลอยไปใช้ชีวิตตามที่ใจเจ้าปรารถนาได้”
สื่ออวิ๋นกล่าวออกมาชัดถ้อยชัดคำ
“ศิษย์เจ้า นังหนูเฟิ่งน่ะหรือ?”
เห็นได้ชัดว่าเฮยหยาล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเฟิ่งเทียนหวู่
“ใช่”
สื่ออวิ๋นพยักหน้า
“อะไรกัน นาง…นางทะลวงถึงขอบเขตเซียนแล้ว!?”
เฮยหยากล่าวถามออกมาด้วยความประหลาดใจ ขณะเดียวกันในแววตายังเผยให้เห็นถึงความอ่อนโยน เห็นได้ชัดว่านางเองก็เอ็นดูเฟิ่งเทียนหวู่ไม่น้อย นอกจากนี้นางยังรู้ข้อกำหนดที่เฟิ่งเทียนหวู่จะออกจากนิกายอัคคีล่องลอยอีกด้วย
สื่ออวิ่นพยักหน้ารับอีกครั้ง
“ด้วยพรสวรรค์และศักยภาพของนังหนูเฟิ่ง นางกลับทะลวงถึงเซียนเร็วเพียงนี้…ข้าคิดว่าไม่ถึง 10 ปีนางก็ก้าวล้ำเหนือข้าไปแล้ว! ประมุขสื่ออวิ๋น เจ้าแน่ใจนะว่าจะให้ข้าชำระหนี้บุญคุณเรื่องนี้จริงๆ?”
เฮยหยามองถามสื่ออวิ๋น “เรื่องนี้เจ้าออกจะเสียเปรียบอยู่นะ”
“ตราบใดที่เทียนหวู่ปลอดภัย สำหรับข้าถือว่าคุ้มค่าแล้ว”
สื่ออวิ๋นไม่รู้สึกเสียเปรียบหรือขาดทุนอะไรเลย