องข้า…” หลี่ซื่อเลี้ยงซื่อเป่ามากับมือ ขาดแค่คลอดออกมาเอง แล้วจะไม่ถือว่าเป็นลูกชายได้อย่างไร
พูดกันตามตรง หลี่ซื่อเลี้ยงเขามานาน ย่อมทำให้เด็กคนนี้ ‘เสียใจ’ ไม่ลง
นางให้ซื่อเป่าน้อยกว่าอยู่บ้างแม้จะไม่ควรทำเช่นนั้น
ถึงตอนนี้หลี่ซื่อจะบอกว่ามีลูกสองคน แต่หลังจากนี้ก็อาจมีเพิ่มอีก หากนางไม่เตรียมการล่วงหน้าแล้วในอนาคตเกิดมีลูกอีก แต่หากไม่มีที่ดินยกให้พวกเขาจะไม่แย่เอาหรือ?
“ข้าไม่ได้เก่งเท่าแม่สามีที่อายุมากเพียงนั้นแล้วยังหาช่องทางให้ลูกชายและลูกสะใภ้ทำเงินได้…” หลี่ซื่อกล่าว “ข้ามีปัญญาใช้ชีวิตเรียบง่ายเท่านั้นแหละ”
หลิวซื่อ “…”
เจ้าสามารถเก็บเล็กผสมน้อยจากส่วนแบ่งเพื่อใช้ชีวิตเรียบง่ายเช่นนั้น แล้วข้าทำอะไรอยู่เล่า?
นางพลันสะเทือนใจเพราะรู้สึกว่าตนเองไม่ใช้เครื่องทำเงิน หลี่ซื่อถึงได้ซื้อที่ดินได้มากในขณะที่นางซื้อได้เพียงหมู่เดียว…
สิ่งที่ทำให้หลิวซื่อยิ่งไม่สบายใจคือครอบครัวฝ่ายแม่ของตน
ไม่รู้ว่าใครไปป่าวประกาศให้มารดานางรู้ว่านางมีเงินซื่อที่ดิน แต่ละคนถึงได้วิ่งโร่มาถามนาง “ซุ่ยซุ่ย ข้าได้ยินว่าเจ้าซื้อที่ดินหรือ ไปได้เงินมากมายมาจากไหน สกุลจูร่ำรวยขนาดนั้นเลยหรือ?”
นอกจากจะเป็นการถามซักไซ้ว่านางหาเงินมาได้อย่างไร ยังกังขาว่านาง ‘กตัญญูรู้คุณ’ ไม่เพียงพอ คล้ายต้องการให้นางจุนเจือครอบครัวมากกว่านี้
“ซุ่ยซุ่ย พ่อกับแม่แก่ปูนนี้แล้ว ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้นานเพ