“อย่างที่ท่านอาจารย์ว่าไว้ไม่มีผิด ทันที่ข้าบ่มเพาะพลังตามเคล็ดจนบรรลุขอบเขตเซียน ข้าสามารถทำให้ปราณแรกกำเนิดกลายเป็น ปราณอัคคีแรกกำเนิดได้…”
สตรีนางนั้นยังคงกล่าวรำพันต่อไป อย่างไรก็ตามไม่นานรอยยิ้มเริ่มฉีกกว้างบนใบหน้าของนาง
“ในที่สุดก็ได้เวลาไปหาพี่ใหญ่ต้วนเสียที…อ๊ะ ต้องไปหาท่านพ่อก่อน”
สตรีที่คล้ายเทพธิดาอัคคีนางนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากแม่นางเฟิ่งแห่งนิกายอัคคีล่องลอย เฟิ่งเทียนหวู่
เมื่อไม่นานมานี้ ตอนที้เฟิ่งเทียนหวู่ออกจากการปิดด่านฝึกฝน นางก็ได้พบกับเฟิ่งหวู่เต้าที่รอนางอยู่ที่นิกายอัคคีเรียบร้อยแล้ว
บิดากับบุตรสาวที่ไม่ได้พบเห็นมานาน เจอกันอีกครั้งนับว่าเป็นเรื่องสะเทือนอารมณ์ไม่น้อย
เพื่อที่จะได้ไปอยู่กับต้วนหลิงเทียนให้ได้โดยเร็วที่สุด หลังจากใช้เวลาอยู่กับบิดาพักหนึ่ง เฟิ่งเทียนหวู่ก็กลับไปเร่งปิดด่านบ่มเพาะพลังอีกครั้ง และในที่สุดนางก็ทะลวงมาถึงขอบเขตเซียนได้เสียที!
เนื่องจากการปิดด่านบ่มเพาะ จึงทำให้นางตัดขาดจากโลกภายนอก จึงไม่ทราบเรื่องราวใดๆแม้แต่น้อย เฟิ่งหวู่เต้าเองก็บ่มเพาะพลังรอคอยนางโดยไม่รู้เรื่องราวอื่นใดเช่นกัน
จนกระทั่งเมื่อบิดาและบุตรพากันไปพบกับประมุขนิกายอัคคีล่องลอยอย่างสื่ออวิ๋น เพื่อบอกว่าต้องการไปพบต้วนหลิงเทียน จึงค่อยได้รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากปากของสื่ออวิ๋นเอง
“อันดับ 1 ในรายนามนภา หลินตงท้าประลองกับพี่ใหญ่ต้วน?”