ป๋ายลี่หงพอได้ยินก็ถึงกับอึ้งไปตาปริบๆ มันยังหันไปมองตราผนึกมารในมืออ๋องเฉียนทันที
ในขณะที่ทุกสายตาของผู้คนหันกลับมาสนใจตราผนึกมารอีกครั้ง อ๋องเฉียนที่สัมผัสได้ถึงสายตาละโมบจากทั่วสารทิศ รวมถึงตระหนักได้ถึงความเสี่ยงจากการครอบครองสิ่งของเลิศล้ำ มันก็ระงับความยินดีเร่งเก็บตราผนึกมารทันที
เพียงห้วงคิด ตราผนึกมารก็อันตรธานหายไปจากมือของมัน
พอมันคิดว่าเก็บตราผนึกมารลงแหวนมิติเรียบร้อยดีแล้ว ก็เร่งหันไปกล่าวกับชายชราเสียงเข้มทันที “พวกเรารีบกลับจวนเถอะ!”
หลังกล่าวจบ อ๋องเฉียนก็กลับหลังหันเตรียมตัวออกเดินทางทันที
จังหวะนี้คล้ายมันจะลืมเลือนการตายของหลินตงไปหมดสิ้น
แต่ในเมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว มันคิดจะไปก็ไปได้ง่ายๆหรือ?
“น้องสี่มีคำกล่าวที่ว่า ‘พบด้วยกันก็ต้องแบ่งปัน’ เจ้าคงมิคิดฮุบตราผนึกมารนั่นเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวหรอกนะ?”
เสียงอ๋องหรงพลันดังขึ้นในขณะที่อ๋องเฉียนจะจากไป อีกทั้งยอดฝีมือขอบเขตเซียนทั้ง 2 ที่เคยอยู่ข้างกายก็พุ่งไปขวางหน้าอ๋องเฉียนเอาไว้ หากอ๋องเฉียนไม่คิดแบ่งปันน้ำแกงสักถ้วย วันนี้มันไม่คิดปล่อยให้อ๋องเฉียนจากไปง่ายๆ!!
มันสูญเสียยอดฝีมือขอบเขตเซียนไปคนหนึ่ง ทำให้ทุกข์ใจนัก!
หากตอนนี้อ๋องเฉียนเอาตราผนึกมารจากไปดื้อๆ ไม่ได้หมายความว่ามันเสียยอดฝีมือขอบเขตเซียนไปหนึ่งคนอย่างสูญเปล่ารึไง?
มันย่อมหวังจะได้อะไรชดเชยเป็นธรรมดา!!