ถึงแม้พวกมันจะยังไม่เข้าใจว่าไฉนต้วนหลิงเทียนต้องยอมรับคำท้าประลองเป็นตายนี้ด้วย…เพราะในสายตาของพวกมัน การที่ต้วนหลิงเทียนรับคำท้า…ก็เสมือนพาตัวไปอยู่ในสถานการณ์ 9 ตาย 1 รอด! อีกทั้งต้วนหลิงเทียนสามารถหลีกเลี่ยงได้แท้ๆ แต่กลับเลือกที่จะไม่หลีกเลี่ยง…
คนของจวนอ๋องเฉียนหัวเราะร่าออกมาอย่างสะใจ
คนของอ๋องหรงได้แต่ส่ายหน้าไปมา
อย่างไรก็ตามเนื่องจากต้วนหลิงเทียนไม่ใช่แขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูอีกต่อไป จึงนับว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจวนอ๋องหรง ดังนั้นพวกมันจึงชมดูการประลองเป็นตายด้วยความบันเทิงใจ ไม่คิดเสียดายอะไรทั้งสิ้น
“ต้วนหลิงเทียนผู้นี้เห็นว่าสนิทสนมกับแม่นางเฟิ่งแห่งนิกายอัคคีล่องลอย…บางทีข้าอาจใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้ ในเมื่อหลินตงมันฆ่าต้วนหลิงเทียนไปแล้ว ตราบใดที่สามารถยุยงแม่นางเฟิ่งให้ไปรบเร้าสื่ออวิ๋น…ซัดทอดความผิดทั้งหมดให้ไปตกที่อ๋องเฉียน…แม้นางจะไม่ไปหาความจากคฤหาสน์หลิ่งหนานหยวน แต่จวนอ๋องเฉียนไม่น่าจะรอดพ้นแน่!”
พออ๋องหรงครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มันก็เผยยิ้มแสยะออกมา มันหาวิธีใช้ความตายของต้วนหลิงเทียนสร้างความลำบากให้อ๋องเฉียนได้แล้ว
“หืม?”
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวการประลองพลันเปลี่ยนไปในฉับพลันอีกครั้ง ทำให้สีหน้ายิ้มเย้ยของอ๋องหรงจำต้องชะงักลงทันที