อี้เฟิงย่อมตระหนักได้โดยพลัน ว่าตอนนี้ตำแหน่งในใจมันของอ๋องเฉียนนั้นมิอาจเทียบกับซือถูหมิงได้อีกแล้ว ‘ข้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้อีกต่อไปไม่ได้…ข้าต้องหาวิธีเพิ่มตำแหน่งในใจของอ๋องเฉียนให้ได้! บัดซบเอ๊ย! หากไม่ใช่เพราะอ๋องเฉียนบังคับให้ข้ากล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้าเรื่องตราผนึกมาร ตอนนี้ข้าคงไม่ต้องอดทนอยู่ที่นี่อย่างกล้ำกลืนเช่นนี้!!’
ตอนนี้อี้เฟิงเริ่มบังเกิดความรู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้ว ที่เลือกแจ้งเรื่องตราผนึกมารให้อ๋องเฉียนรับทราบ
‘หากข้ารู้ว่าเรื่องราวมันจะกลับกลายเป็นเช่นนี้ มิสู้ข้าเอาเรื่องตราผนึกมารไปบอกคฤหาสน์หลิงหนานหยวนแต่แรก! ต้วนหลิงเทียนนั่นก็คงจะโดนจัดการได้งายดาย เรื่องราวก็คงมิบานปลายยืดเยื้ออะไร! อ๋องเฉียนสัญญาว่าจะให้ข้าฆ่าต้วนหลิงเทียนกับมือแท้ๆ แต่ตอนนี้เพราะเห็นแก่ตราผนึกมารถึงกับกลับคำ! กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำบิดาของมัน ระยำเอ๊ย!’
เรื่องสุดท้ายที่คิด นับว่าเป็นอะไรที่ทำให้อี้เฟิงเจ็บใจที่สุด!
ต้วนหลิงเทียนสังหารผู้อาวุโสสูงสุดของมันด้วยตราผนึกมาร และบีบคั้นให้มันต้องหนีเยี่ยงสุนัขหางจุกตูด กระทั่งทำให้นิกายหยินหมิงที่มันลงแรงมาค่อนชีวิตเหลือแต่ชื่อ! นี่คือความอัปยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของมัน!!
หากไม่ได้ฆ่าต้วนหลิงเทียนด้วยมือของตัวเอง ไฟแค้นในใจนี้ไหนเลยจะมีวันมอดดับลงได้!!!!