อนิจจายามนี้มันไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรสืบไป ด้วยเหตุนี้มันจึงเสียใจนักที่บอกเรื่องตราผนึกมารกับอ๋องเฉียน!
อนิจจาในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว และโลกหล้าก็โร้โอสถรักษาอาการเสียใจ อี้เฟิงก็จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนยอมรับไปโดยสดุดี…
เมื่ออี้เฟิงออกไปกระจายข่าวเรื่องวันประลอง ผู้คนในเมืองหลวงของประเทศฝูเฟิงก็คึกคักขึ้นมาอีกครั้ง “การประลองจะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ แถมจัดขึ้นนอกวังผู้ใดคิดมาชมดูก็ได้!?”
“ฮ่าๆๆๆ! ประเสริฐ! ประเสริฐยิ่ง!! ข้าคิดมากเกินไปแท้ๆ เรื่องใหญ่เช่นนี้มีหรือจะจัดในวังหลวง!”
“การประลองระหว่างปรมาจารย์ต้วนกับยอดฝีมืออันดับ 1 ในรายนามนภาต้องน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง! น่าเสียดายที่สถานที่ประลองจะประกาศให้ทราบกันบ่ายนี้ หาไม่แล้วข้าจะรีบไปจองที่เสียตั้งแต่ตอนนี้เลย!!”
……
ในขณะที่เมืองหลวงประเทศฝูเฟิงกำลังฮือฮากับนัดหมายประลองของต้วนหลิงเทียนกับหลินตงไม่หาย จวนอ๋องเฉียนยังประกาศข่าวอันน่าตื่นตระหนกออกมาอีกครั้ง!
“นอกจากนี้…การประลองระหว่างต้วนหลิงเทียนกับหลินตง จะเป็นการประลองเป็นตาย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ตายตกไม่เลิกรา!!”
ทันทีที่ข่าวนี้ถูกประกาศออกมา เมืองหลวงประเทศฝูเฟิงก็ถึงกับต้องเงียบงันไปปานเมืองร้างไร้ผู้คนพักหนึ่ง
ประลองเป็นตาย?
ทุกผู้คนล้วนตะลึงงันกับคำ 3 คำนี้นัก!