เหตุผลที่มันไม่พอใจก็เพราะวิธีของซือถูหมิงน่าจะได้ผล…แต่ตอนนี้พอมันพบว่าวิธีของซือถูหมิงก็คล้ายจะล้มเหลว มันก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ้มแสยะในใจ ‘ผู้ใดให้เจ้าคิดอยากเอาหน้าเรื่องนี้เล่า!’
“ซือถูหมิง เจ้ามิมีอะไรจะแก้ตัวแล้วหรือ?”
เมื่อเห็นซือถูหมิงยืนนิ่งเป็นไก่เสียบไม้ สายตาของอ๋องเฉียนก็ทวีความดุร้ายขึ้นมาไม่น้อย
“ท่านอ๋องเฉียน ข้ามิคิดเลยว่าเรื่องจะออกมาเป็นเช่นนี้ได้…”
ซือถูหมิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะกล่าวออกด้วยรอยิ้มฝืนๆท่าทางขื่นขมนัก อย่างไรก็ตามไม่ทันที่มันจะทันได้กล่าวจบคำ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นซะก่อน “ท่านองค์ชาย 4 ข่าวดี! มีข่าวดีขอรับ!!”
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาในห้องโถงโดยไม่ได้รับอนุญาต
“บังอาจ! เจ้ามิรู้กฏหรือไร!?”
สีหน้าอ๋องเฉียนมืดดำลงปานจะคั้นได้เป็นน้ำหมึก!
“องค์ชาย 4 โปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วย! แต่ข่าวนี้นับเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ…เรียนองค์ชาย 4 เมื่อครู่ตระกูลซือถูได้กล่าวแถลงเพิ่มหลังจากที่กล่าวถึงเรื่องต้วนหลิงเทียนออกจากตระกูลซือถู ว่าต้วนหลิงเทียนยินดีรับคำท้าประลองในนามขอองตัวเองขอรับ!!”
ชายวัยกลางคนเร่งกล่าวออกมารวดเดียวจบ!
“ว่าอะไร!?”
พอได้ยินร่างอ๋องเฉียนถึงกับสะท้านขึ้นมาทันใด สีหน้ามืดมนมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ลูกตายังเรืองแสงสว่างออกมาวูบวาบ
“รับคำท้าประลองในนามของตัวเอง?”