ซือถูหมิงที่ยืนเหงื่อตกเมื่อครู่ พอได้ฟังวาจาประโยคนี้ของชายวัยกลางคนก็มีสีหน้าดีขึ้นทันตาเห็น!
ข่าวนี้นับว่ามาได้พอเหมาะนัก!
ไม่ว่าจะอ๋องเฉียนหรือซือถูหมิงล้วนยินดีกับข่าวนี้ทั้งสิ้น
หากจะถามว่ามีใครไม่พอใจ ก็เห็นทีจะมีแต่อี้เฟิงเท่านั้น
‘บัดซบ! ต้วนหลิงเทียนนั่นมันเสียสติไปแล้วหรือไร ไฉนถึงได้หาญกล้ารับคำท้าเช่นนี้!?’
หน้าอี้เฟิงกลายเป็นอักลักษณ์ปั้นยากนัก หากแต่จังหวะนี้ไม่มีใครคิดจะสนใจสีหน้าของมัน
“เร็วเข้า! รีบไปเชิญคุณชายหลินมาเดี๋ยวนี้!!”
อ๋องเฉียนกล่าวสั่งชายวัยกลางคนอย่างกระตือรือร้น
“รับด้วยเกล้า!”
ชายวัยกลางคนรับคำเสร็จก็เร่งจากไปทันที
ขณะเดียวกันข่าวเรื่องนี้ก็ได้แพร่ไปทั่วเมืองหลวงของประเทศฝูเฟิงในเวลาอันสั้น
เรียกว่ายังเป็นข่าวอันน่าตื่นเต้น สามารถกลบข่าวเด่นประเด็นร้อนก่อนหน้าได้อย่างหมดสิ้น
“ปรมาจารย์ต้วนกลับประกาศยอมรับคำท้าประลอง หลังจากถอนตัวออกจากตระกูลซือถูงั้นเหรอ!?”
สายตาของใครหลายๆคนถึงกับส่องแสงสว่างจ้าเมื่อได้ยิน
“ข้าว่าแล้วเชียว แบบอย่างอันดีของข้า มีหรือจะหวาดกลัวมิกล้าสู้คน!”
“เพ้ย! ข้าได้ยินว่าเมื่อครู่เจ้ายังดูถูกปรมาจารย์ต้วนอยู่เลยมิใช่หรือไร อะไรนะ? น่าอดสู? ไฉนเปลี่ยนท่าทีไวนักเล่า?”
“เหอะ! อย่าได้ใส่ร้ายข้านะ ข้าไปพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อใด ข้าจำมิเห็นได้!”