ชายชราที่ยืนอยู่ด้านหลังทั้ง 2 หันหน้ามองตากัน และต่างเห็นถึงความประหลาดใจในสายตาของอีกฝ่าย
“องค์ชาย 4 เรื่องนี้…”
อี้เฟิงย่อมไม่เข้าใจในสถานการณ์
หลังจากได้รับคำอธิบายจากชายชรา 1 ใน 2 ที่ยืนอยู่ด้านหลังอ๋องเฉียน อี้เฟิงจึงค่อยได้ทราบว่าที่แท้มันเรื่องอะไรกัน สองตายังทอประกายสว่างขึ้นมาทันที “ใต้หล้ากลับมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้อยู่จริงๆ”
ต้วนหลิงเทียนแน่นอนว่าย่อมไม่ได้รู้เรื่องราวที่บังเกิดขึ้นในวังหลวงเลย
ตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้ตกเป็นเป้าของตัวตนที่แข็งแกร่ง และมีอำนาจมาก เรียกว่าสถานะในประเทศฝูเฟิงแทบไม่ต้อยต่ำไปกว่าใคร
ตอนนี้เขาก็ได้พาเฟิ่งหวู่เต้ามาถึงนิกายอัคคีล่องลอยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ครั้งก่อนตอนมายังนิกายอัคคีล่องลอยเพื่อท้าประลองเฟิ่งเทียนหวู่ มีน้อยคนนักที่ไม่ได้เห็นต้วนหลิงเทียน ดังนั้นพอมาถึงหน้าประตูใหญ่ของนิกาย ศิษย์ที่รับหน้าที่เฝ้าประตูจึงจดจำเขาได้แทบจะทันที
หากต้วนหลิงเทียนเพียงชนะเฟิ่งเทียนหวู่อย่างเดียว พวกมันอาจไม่ค่อยไว้หน้าต้วนหลิงเทียนสักเท่าไหร่
ทว่าตัดสินจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนั้น น่ากลัวว่า ท่านต้วน แขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูคนนี้ กับ แม่นางเฟิ่ง แห่งนิกายอัคคีล่องลอยของพวกมัน สมควรมีสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกันนัก!
“ท่านต้วน”
ดังนั้นเมื่อเจอหน้าต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง เหล่าศิษย์นิกายอัคคีจึงเร่งทักทายต้วนหลิงเทียนด้วยความสุภาพ