“ข้ามาหาแม่นางเฟิ่งกับประมุขของพวกเจ้าน่ะ”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มกล่าวกับเหล่าศิษย์นิกายอัคคีล่องลอยที่ทำหน้าที่เฝ้าประตู
เหตุผลที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวถึงประมุขนิกายด้วย เพราะเขาคิดให้สื่ออวิ๋นรับทราบตัวตนของเฟิ่งหวู่เต้า กระทั่งอยากให้อีกฝ่ายคอยช่วยดูแลเฟิ่งหวู่เต้าอีกทาง
“ท่านต้วน โปรดตามข้ามาทางนี้”
ไม่นานศิษย์นิกายอัคคีล่องลอยก็พาต้วนหลิงเทียนกับเฟิ่งหวู่เต้าเข้าไปด้านในนิกาย มุ่งหน้าไปยังโถงรับแขก
ในระหว่างทางเหล่าศิษย์ทั้งหลายที่เห็นต้วนหลิงเทียนมาเยือนนิกายอัคคีล่องลอยอีกครั้ง ก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้นมาเป็นประเด็นสนทนาทันที “ท่านต้วนแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูไฉนมาเยือนนิกายเราอีกแล้วเล่า?”
“ฮัยยา เขามีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับแม่นางเฟิ่ง ก็มิใช่เรื่องปกติหรือที่จะไปมาหาสู่กัน?”
“ถูกแล้วๆ! คนรักกันมาพบกันบ่อยๆ ก็นับเป็นเรื่องราวอันปกตินัก”
……
เสียงสนทนายิ่งมาก็ยิ่งดังและยิ่งเรียกร้องความสนใจของเหล่าศิษย์ ทว่ามีเหล่าศิษย์ชายหลายคนที่อดไม่ได้ที่จะทำหน้าทำตาละห้อย ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายของพวกมัน ทั้งยังเป็นสตรีที่งดงามที่สุดในนิกาย กลับถูกคนนอกขโมยหัวใจไปเสียแล้ว สำหรับพวกมันนี่ย่อมเป็นข่าวเศร้าชวนให้สลดใจไม่น้อย
ได้ยินบทสนทนาอื้ออึงจากเหล่าศิษย์รอบๆ เฟิ่งหวู่เต้าก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองไปยังต้วนหลิงเทียน