อี้เฟิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลูกตาบังเกิดประกายเย็นเยียบวูบวาบออกมา “ข้าหวังเพียงแต่ว่าเมื่อองค์ชาย 4 แย่งชิงตราผนึกมารมาได้แล้ว ข้าขอให้ท่านส่งตัวผู้ที่ครอบครองตราผนึกมารมาให้ข้า เพื่อที่ข้าจะได้ฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง!!”
“เจ้าต้องการให้เราผู้อ๋องสัญญาเรื่องเท่านี้?”
คราวนี้อ๋องเฉียนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจแล้ว เพราะเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อนั้นไม่มีอะไรส่งผลเสียกับมันเลยแม้แต่น้อย ยังแทบไม่ต่างอะไรจากขอพลับสักลูกในสวน
“ใช่!”
อี้เฟิงพยักหน้า ค่อยกล้าวออกมาด้วยความคับแค้น “ตัวบัดซบนั่นมันไม่เพียงแต่ฆ่าผู้อาวุโสสูงุสดของนิกายข้า ยังทำให้ข้าต้องหนีจากนิกายหยินหมิงมาอย่างหัวซุกหัวซุน…ตอนนี้นิกายหยินหมิงของข้าสมควรล่มสลายไปแล้ว เรียกว่ามันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของข้าที่เพียรสร้างมาทั้งชีวิต! ข้าต้องฆ่ามันกับมือให้ได้!!”
“เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ เราผู้อ๋องสัญญากับเจ้า!”
อ๋องเฉียนเร่งกล่าวตอบรับไปทันที
“ขอบพระคุณท่านองค์ชาย 4”
อี้เฟิ่งเร่งกล่าวขอบคุณออกมาทันที
“ถึงตอนนี้เจ้าสามารถบอกได้แล้วหรือไม่ ว่าผู้ที่ครอบครองตราผนึกมารมันเป็นใคร?”
อ๋องเฉียนกล่าวถาม
จังหวะนี้กระทั่งชายชราทั้ง 2 ที่อยู่ด้านหลัง ก็อดไม่ได้ที่จะจับจ้องมองไปยังร่างอี้เฟิงตาเขม็ง คล้ายพวกมันจะจับสังเกตทุกทีท่าความเปลี่ยนแปลงของอี้เฟิง ว่ากล่าวความจริงออกมาหรือไม่