“องค์ชาย 4 ผู้ที่ถือครองตราผนึกมารอยู่…ท่านเองก็สมควรได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของมันมาแล้ว”
อี้เฟิงกล่าว
“หืม? ข้าเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของมันงั้นเหรอ?”
เมื่ออี้เฟิงเกริ่นมาแบบนี้ อ๋องเฉียนยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ “มันเป็นผู้ใดกันแน่!?”
“ต้วน! หลิง! เทียน!!”
อี้เฟิงขบฟันกรามจนแทบแตก กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเล็ดรอดไรฟัน
“ต้วนหลิงเทียน?”
อ๋องเฉียนขมวดคิ้ว “นามนี้คุ้นหูเรานัก…เคยได้ยินจากที่ใดแล้วนะ?”
“เรียนท่านอ๋องมันคือแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถู โด่งดังขึ้นมาในฐานะปรมาจารย์ต้วนและท่านต้วน แต่นามเต็มๆของมันก็คือ ต้วนหลิงเทียน”
ตอนนี้เองชายชรา 1 ใน 2 ที่อยู่ด้านหลังอ๋องเฉียนพลันกล่าวออกมา
“เป็นมันงั้นเหรอ?”
หลังได้ยินคำเตือน อ๋องเฉียนก็หันไปมองหน้าอี้เฟิงอีกครั้ง คล้ายรอการยืนยัน
“ถูกแล้ว! เป็นมัน!!”
อี้เฟิงพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน “วันก่อนมันบุกเข้ามายังนิกายหยินหมิงของข้า และฆ่าอาวุโสสูงุสดด้วยตราผนึกมาร ข้าเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์ 9 ตาย 1 รอด แต่ยังดีที่ข้าสามารถหนีมาได้ทันเวลา…”
คิดถึงฉากในวันนั้น ร่างอี้เฟิงยังสั่นไม่หาย
ตอนที่มันถูกพลังอำนาจของตราผนึกมารเพ่งเล็งมันเองก็ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะหนีรอดมาได้ โชคดีนักที่อาวุโสสูงสุดอยู่ใกล้ตราผนึกมารมากกว่า จึงหันไปไล่ล่าอาวุโสสูงสุดก่อน