บารมีของชนชั้นเจ้าชีวิตที่เพาะสร้างมานานปี ย่อมสร้างความกดดันให้มันไม่น้อย
เยี่ยมู่ไป๋ประหม่าจนแทบหายใจไม่ออก กาลเวลาผันผ่านไปไวเหลือเกิน…หลายสิบปีคล้ายดั่งห้วงฝันตื่นหนึ่ง
“ผู้น้อยแซ่เยี่ย ถวายบังคมฝ่าบาท”
เมื่อเข้ามาแล้วเยี่ยมู่ไป๋ก็คุกเข่าคารวะด้วยความเคารพสูงสุด
“มู่ไป๋ เจ้าเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้า ไหนเลยต้องทำตัวห่างหินเป็นทางการเช่นนั้น ยังไม่รีบลุกขึ้นอีก?”
องค์ชาย 4 หรือที่รู้จักกันในนามอ๋องเฉียน เป็นชายวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีทอง ในสายตามองไปแลเห็นถึงความเมตตากรุณา หากแต่แววตามีความเข้มแข็งเด็ดขาด แม้ไม่ได้แลดูเป็นคนเจ้าอารมณ์สักเท่าไหร่แต่ก็ยากที่จะปล่อยให้ใครหืออือ เพียงสะบัดมือคราหนึ่งปรากฏพลังไร้สภาพฉุดร่างเยี่ยมู่ไป๋ทันที
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังไร้สภาพประคองตัวดังกล่าว เยี่ยมู่ไป๋อดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก
อ๋องเฉียนผู้นี้ แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นบรรลุขอบเขตเซียน แต่น่ากลัวว่าจะบรรลุครึ่งก้าวเซียนมานาน พลังฝีมือก้าวหน้าไม่ใช่ชั่วแล้วจริงๆ!
ในฐานะคนที่เคยทำงานในจวนอ๋อง มันย่อมรู้จักอีกฝ่ายดี
“ขอบพระคุณท่านอ๋อง”
หลังจากที่ยืนขึ้น เยี่ยมู่ไป๋ก็เร่งกล่าวขอบคุณทันที
“มู่ไป๋ เจ้ามาหาเราอ๋องครั้งนี้ ใช่มีเรื่องอันใดให้เราผู้อ๋องช่วยเหลือหรือไม่?”
อ๋องเฉียนกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“ใช่”