นอกจากนี้ ไฉนถึงสามารถเล็ดรอดหูตาของขอบเขตเซียนอย่างประมุขและอาวุโสสูงสุดมาได้?
แล้วทำไมประมุขนิกายกับอาวุโสสูงสุดถึงไม่ออกมาหยุดยั้งเอาไว้?
“หรือประมุขนิกายหยินหมิงกับอาวุโสสูงสุดจะพร้อมใจกันปิดด่านฝึกตนอยู่กัน ถึงเปิดโอกาสให้ศิษย์น้องช่วยเหลือทุกคนออกมาได้?”
สุดท้ายป๋ายลี่หงก็คิดได้ในทางนี้ทางเดียว
เกรงว่าเรื่องนี้ต่อให้ป๋ายลี่หงขบคิดจนหัวแทบแตก ก็คงยากที่มันจะล่วงรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ศิษย์พี่ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวทักป๋ายลี่หงด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะสะบัดมือครั้งหนึ่ง ปรากฏเป็นพลังไร้สภาพโอบหุ้มพวกเฟิ่งหวู่เต้าเอาไว้ แล้วพาเหินบินไปยังเมืองหลวงของประเทศฝูเฟิงทันที!
ระหว่างเดินทางกลับ ป๋ายลี่หงก็อดถามออกมาไม่ได้ “ศิษย์น้อง แล้วประมุขนิกายกับอาวุโสสูงสุดนั่น มิได้ปรากฏตัวออกมาหรือ?”
วาจานี้ของป๋ายลี่หงทำให้สายตาของพวกเฟิ่งหวู่เต้าหันไปจับจ้องมองต้วนหลิงเทียนเช่นกัน
ในเรื่องนี้ทุกคนก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
นั่นเพราะมันเกิดเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ ที่จริงประมุขนิกายและอาวุโสสูงสุดสมควรออกมาจัดการเรื่องราวแล้ว แต่นี่พวกมันไม่เห็นอีกฝ่ายปรากฏตัวออกมาเลยตั้งแต่ต้นจนจบ พาลให้ทุกคนแปลกประหลาดใจไม่น้อย
หากมีสิ่งใดผิดปกติสมควรมีภูตผีปีศาจ!
พวกมันเชื่อว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น โดยที่พวกมันไม่รู้เป็นแน่
“มันหนีไปแล้วน่ะ”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอ
หนีไปแล้ว?