และวาจานี้ของต้วนหลิงเทียน ทำให้ป๋ายลี่หง เฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆ งงเข้าไปกันใหญ่
“อาวุโสสูงสุดมันตายคามือข้า ส่วนประมุขนิกายหยินหมิงก็เร่งรุดหลบหนีไปแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเล่าออกมา พอหวนคิดถึงเรื่องที่อี้เฟิงหลบหนีไปได้ คิ้วเขาก็ขมวดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
หากพวกมันทั้งคู่ตกตายเรื่องราวในวันนี้คงจบลงด้วยดีอย่างสมบูรณ์แบบ
หากแต่อี้เฟิงหลบหนีไปได้แบบนี้ มันจึงกลายเป็นภัยซ่อนเร้นทันที!
ถึงแม้ว่าในเร็วๆนี้ ‘ภัยซ่อนเร้น’ คงไม่ปรากฏออกมาโดยง่าย แต่เขาก็ไม่ทราบจริงๆว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหากเรื่องที่เขามีตราผนึกมารแพร่กระจายออกไป
ป๋ายลี่หงกับเฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆนั้นไมทันสังเกตเห็นคิ้วที่ขมวดเป็นปมของต้วนหลิงเทียน เพราะพวกมันอึ้งค้างจนคล้ายจะกลายเป็นหินตั้งแต่ได้ฟังเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนพูดออกมาแล้ว
กระทั่งป๋ายลี่หงที่เหินบินอยู่ถึงกับหยุดลงทันที
ต้วนหลิงเทียนที่เห็นดังนั้น ก็ใช้พลังประคองร่างพวกเฟิ่งหวู่เต้าให้หยุดลงด้วย
“ตะ…ต้วนหลิงเทียนนี่เจ้าทะลวงถึงขอบเขตเซียนแล้วงั้นเหรอ?!”
เฉินเฉ่าช่วยโพล่งถามออกมาด้วยความตกตะลึง
“เจ้ามันสัตว์ประหลาดจากฟ้ารึไงหา?!”
หนานกงยี่ยังมองถามต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาอึ้งเหวอปานเห็นผี
ลูกตาเฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆ ก็เผยอาการตกตะลึงไม่ต่างกัน