ตราผนึกมารนั้นไม่ต้องกล่าวถึงเขตอิทธิพลของคฤหาสน์หลิ่งหนานหยวนเลย น่ากลัวว่าทุกผู้คนในดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าล้วนหมายตามันทั้งสิ้น!
ตราผนึกมารนั้น สำหรับผู้ฝึกมารแล้วแทบไม่ต่างอะไรจาก ‘ฝันร้าย’
นั่นหมายความว่าใครที่ครอบครองตราผนึกมารเอาไว้ในมือ ก็ไม่ต้องกลัวผู้ฝึกมารในขอบเขตพลังเดียวกัน กระทั่งสูงกว่า 1 ขอบเขต เรื่องนี้ก็นับว่าเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากแล้ว!
และเพราะเรื่องนี้ ก็มากเกินพอที่จะทำให้ยอดฝีมือทั่วหล้าไม่ว่าจะผู้ฝึกตนหรือผู้ฝึกยุทธ์ ต้องหมายตาอยากได้ตราผนึกมารในมือเขาจนตัวสั่น!
และถ้ายอดฝีมือระดับนั้นล่วงรู้ว่าตราผนึกมารอยู่ในมือเขา ต้วนหลิงเทียนก็คาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น!
เพียงแค่คิดถึงคนที่จะมาหาเขาเพื่อแย่งชิงตราผนึกมารไป ต้วนหลิงเทียนก็ปวดหัวขึ้นมาตงิดๆแล้ว!
หากทว่าเพียงสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง สีหน้าแววตาเขาก็หวนกลับสู่ความสงบอีกครั้ง “เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วก็แล้วกันไปเถอะ ตอนนี้คิดอะไรมากไปก็ป่วยการ…ไปช่วยลุงเฟิ่งกับครูและคนอื่นๆก่อนดีกว่า”
ถึงจุดนี้ ต้วนหลิงเทียนก็ได้แต่พักเรื่องของอี้เฟิงเอาไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว
ในเมื่อขอบเขตเซียนของนิกายหยินหมิง ตายหนึ่ง และหนีไปหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ต้องกริ่งเกรงอะไรในนิกายหยินหมิงอีกต่อไป เขาบุกไปยังเหมืองแร่หินเซียนของนิกายหยินหมิงโต้งๆ ไม่คิดปกปิดตัวตนอะไรทั้งสิ้น
“ผู้ใด!?”