นั่นเพราะเมื่อขุมพลังใดต่อสู้แตกหักเริ่มเปิดสึกกลางเมือง ย่อมเข้าอีหร็อบ “นกกระสากับหอยกาบสู้กัน ชาวประมงอยู่ด้านหลัง”
เรียกว่าหากเกิดการรบพุ่งแตกหักจริงๆ ทุกๆขุมพลัง 7-8 ส่วนที่เคยเป็นศัตรูกับตระกูลซือถู ย่อมไม่พลาดโอกาสอันประเสริฐนี้แน่!
“เรื่องนี้ ท่านปรมาจารย์ต้วนกล่าวไว้ ว่าพวกเรามิต้องยื่นมือ…”
ซือถูหังกล่าวออกมาอีกครั้ง
“ท่านปรมาจารย์ต้วนยังบอกไว้ว่าจะทำให้พวกเราประหลาดใจ…เป็นไปได้หรือไม่ ว่าที่ท่านปรมาจารย์ต้วนกล่าวจะหมายถึงเรื่องสังหารโจวชู และคนอื่นๆ?”
ซือถูฮ่าวกล่าวออกด้วยสงสัย
“สมควรเป็นเช่นนั้น”
ซือถูโฮ่วพยักหน้า
“เรื่องนี้นับเป็นเรื่องใหญ่ของนิกายหยินหมิงนัก ฝ่ายซือถูหมิงเองก็คงต้องเร่งรุดไปตรวจสอบสถานการณ์…หัง ลูกเห็นท่านปรมาจารย์ต้วนกลับมาแล้วหรือยัง?”
ซือถูฮ่าวหันไปถามซือถูหัง
ซือถูหังส่ายหน้าเป็นคำตอบ
ในเวลาเดียวกัน อีกฟากหนึ่งในเขตที่พักตระกูลซือถู มีผู้คนมารวมตัวกันมากมายในลานแห่งหนึ่ง
ในบรรดาคนเหล่านี้มีผู้นำเป็นชายวัยกลางคน
หากต้วนหลิงเทียนอยู่ที่นี่ด้วย คงจดจำชายวัยกลางคนผู้นี้ได้ทันที มันไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นรองผู้นำตระกูลซือถู ซือถูหมิง ที่เขาเคยพบมาก่อนหน้านี้
“ท่านรองผู้นำ อยู่ดีๆ ฐานปฏิบัติการของนิกายหยินหมิงก็เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ข้ากลัวว่าเรื่องนี้คงไม่ธรรมดาแล้ว…ท่านว่า เรื่องนี้จะใช่ฝีมือของผู้นำหรือไม่?”