ชายชรามากอายุคนหนึ่งมองถามซือถูหมิง
“ข้าเองก็คิดว่าสมควรเป็นฝีมือของท่านผู้นำ…หาไม่แล้วฐานปฏิบัติการของนิกายหยินหมิงที่อยู่อย่างสงบมาหลายปี ไฉนเกิดเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ขึ้นมาได้?”
ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งเห็นด้วย
“แต่ข้ากลับไม่คิดว่านี่เป็นฝีมือของท่านผู้นำ…บางทีอาจเป็นฝีมือของศัตรูนิกายหยินหมิง จะอย่างไรพวกนิกายหยินหมิง 9 ใน 10 ส่วนล้วนแต่เป็นผู้ฝึกมาร สันดารพวกมันล้วนก้าวร้าวหัวรุนแรงเป็นทุน ผู้ใดจะไปรู้ว่าพวกมันเคยล่วงเกินใครมาบ้าง บางทีอาจมีใครในพวกมันไปตอแยยอดฝีมือเข้า…ถึงได้ทำให้เกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้น”
ชายวัยกลางคนที่แลคล้ายบัณฑิตพลันกล่าวความเห็นออกมาในเวลาที่เหมาะสมนัก
“เรื่องนี้ก็อาจเป็นได้!”
วาจาของบัณฑิตวัยกลางคนมีผู้คนเห็นด้วยไม่น้อย หากแต่ก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วย จึงเกิดการถกเถียงกันตามประสา
“เอ่าละ เลิกเถียงกันเสียที! เรื่องนี้พวกเราอย่าพึ่งกังวลไปให้มาก…เพียงรออาวุโสจงกลับมาเถอะ ถึงตอนนั้นพวกเราจักได้รับคำตอบ”
ซือถูหมิงกล่าววาจาออกมาหยุดการถกเถียงคาดเดา และทันทีที่มันกล่าวจบทั้งลานก็ตกอยู่ในความเงียบ
เห็นได้ชัดว่าบารมีของซือถูหมิงนั้นมากมายนัก เพียงมันกล่าวคำเดียวทุกผู้คนก็เงียบปาก กระทั่งตอนนี้ให้เข็มตกลงพื้นสักเล่มก็คงได้ยิน
อาวุโสจงที่ซือถูหมิงพูดถึง ก็เป็นผู้อาวุโสระดับสูงในตระกูลซือถูเช่นกัน
ในตระกูซือถูแห่งนี้ ศักดิ์ศรีของมันก็เทียบได้กับซือถูโฮ่ว