หลังจากผ่านไป 1 เค่อ ก็ปรากฏร่างชายชราศีรษะโล้นเกลี้ยงเกลาคนหนึ่งหน้าลาน
ลูกตามันคมกล้าดั่งพญาอินทรีย์ ยากที่จะมีใครหาญกล้าสบตามัน มันว่ายตามองไปที่ใดทุกคนก็หลบสายตาของมันหมด
“มิใช่ฝีมือของซือถูโฮ่วและซือถูฮ่าว”
ชายชราหัวโล้นผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น มันคือ ซือถูจง! หลังจากมันเดินเข้ามาในลานไม่ทันไรมันก็มองกล่าวกับซือถูหมิงทันที
พอได้ยินคำนี้ของชายชรา ซือถูหมิงก็พยักหน้ารับคำ ค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ดูเหมือนว่าจักเป็นศัตรูของนิกายหยินหมิงที่บุกมาถึงถิ่นพวกมัน…ครั้งนี้คงเป็นเพราะนิกายหยินหมิงมันไปตอแยคนผิดเข้าแล้วจริงๆ ตอนนี้พวกมันกลับสูญเสียสุดยอดฝีมือครึ่งก้าวเซียนอย่างโจวชูไปแล้ว นิกายของพวกมันยังหวังจะเป็นใหญ่ได้หรือ? มิรู้พวกมันจะหันไปพึ่งพิงผู้ใด?”
ครู่ต่อมาก็มีเสียงแค่นคำเย้ยหยันดังขึ้น
เสียงเย้ยเยาะด้วยความสะใจยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากแต่ก็มีคนที่หน้าเสียเช่นกัน
ในฐานะที่เป็นคนสำคัญในฝ่ายซือถูหมิง เหล่าผู้ที่หน้าเสียย่อมรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายซือถูหมิงกับนิกายหยินหมิงดี แน่นอนว่าการที่นิกายหยินหมิงประสบความสูญเสีย ก็นับเป็นความสูญเสียของพวกมันเช่นกัน!
“เอาล่ะพอได้แล้ว กล่าวไปตอนนี้ก็ป่วยการ…เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ เร่งออกตามหาผู้ที่นิกายหยินหมิงไปล่วงเกินเสีย!”
ซือถูหมิงกล่าวออกมาด้วยความขุ่นขึ้งใจ