ส่วนอีกด้านหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนที่ลอบเข้ามาในฐานปฏิบัติการได้อย่างลับๆ ก็จับตัวศิษย์นิกายคนหนึ่งที่เดินลาดตระเวนอยู่ พร้อมกล่าววาจาออกมาเสียงเย็น “ปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 3 ดาวที่พึ่งมาถึงไม่นานอยู่ไหน พูด! ไม่งั้นเจ้าตาย!”
สองตาต้วนหลิงเทียนเปล่งแสงเย็นพาลให้หนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง
สำหรับศิษย์นิกายแล้ว ต่อหน้าชายหนุ่มผู้นี้ มันก็เหมือนเด็กน้อยไร้เรี่ยวแรงและไร้กำลังจะต่อต้านขัดขืน ใครจะไปคิดไปฝันว่ามันต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้
“ยะ…อยู่ในลานขนาดใหญ่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ยะ…ยังมีต้นสน 100 ปีสูงใหญ่เป็นจุดสังเกต”
ศิษย์นิกายหยินหมิงให้ความร่วมมือแต่โดยดี
ด้านต้วนหลิงเทียนที่ได้รับทราบคำตอบแล้ว ก็สะบัดมือซัดศิษย์ดังกล่าวจนสลบ แต่ไม่ได้ลงมือฆ่ามันแต่อย่างไร
สาเหตุที่เขาไม่ฆ่ามันนั้น เพราะต่อให้มันไม่ตายแต่มันไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับเขาเลย แถมมันยังให้ความร่วมมือกับเขาแต่โดยดี
ต้วนหลิงเทียนมุ่งหน้าไปยังส่วนที่ศิษย์คนนั้นกล่าว ไม่นานเขาก็แลเห็นต้นสนสูงใหญ่ อายุราวๆ 100 ปี เขายังสังเกตเห็นป๋ายลี่หงที่กำลังชักสีหน้าบึ้งตึงเดินวนไปเวียนมาในสนามหญ้าแทบจะทันที
“ศิษย์พี่!”
เมื่อเห็นร่างอันคุ้นเคยของป๋ายลี่หง ลูกตาของต้วนหลิงเทียนพลันส่องประกายจ้าขึ้นมา เร่งร้องทักออกไปอย่างไม่รอช้า
ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของต้วนหลิงเทียน ป๋ายลี่หงก็หันขวับมาทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์น้อง!”