นอกเหนือจากคำพูดเหล่านี้แล้ว ป๋ายลี่หงยังกล่าวถึงเหตุผลว่ามาเมืองหลวงได้อย่างไรบอกข้ออ้างที่ใช้ในการออกมา รวมถึงเรื่องที่มีรองประมุขนิกายหยินหมิงอย่างถานฉี และอาวุโสระดับสูง 2 คนที่ติดตามมาด้วย
รองประมุขนิกายหยินหมิงที่มีนามว่าถานฉีผู้นี้ คือครึ่งก้าวเซียนผู้หนึ่ง
สำหรับอาวุโสที่ติดตามมาทั้ง 2 ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือ ยอดฝีมือที่บรรลุจุดสูงสุดของครึ่งก้าวเซียน
หลังจากนั้นข้อความบันทึกไว้ในป้ายหยกบันทึกเสียงก็หมดลง
“นิกายหยินหมิง!”
สองตาต้วนหลิงเทียนเผยประกายเย็นเยียบออกมา จิตสังหารเริ่มคุกรุ่นในใจ!
นิกายหยินหมิงมันกล้าดีอย่างไรถึงได้กล่าจับพวกลุ่งเฟิ่งและสหายของเขาไปเป็นทาสแรงงาน!
สำหรับเขาแล้ว เรื่องนี้เสมือนพวกมันตบหน้าเขาดังฉาด!
“ท่านปรมาจารย์ต้วน ในป้ายหยกบันทึกเสียงนั่นศิษย์พี่ท่านว่าอะไรหรือ? แล้วมีอันใดให้ข้าช่วยได้บ้าง?”
หลังจากที่เห็นว่าสีหน้าต้วนหลิงเทียนเปลี่ยนไปเป็นมืดดำ ซือถูหังเร่งกล่าวออกมาทันทีดั่งสายฝนที่โปรยลงมาในยามแล้ง
“คุณชายใหญ่หัง ท่านรู้จักนิกายหยินหมิงหรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนมองซือถูหัง ถาม
ในป้ายหยกบันทึกเสียงป๋ายลี่หงได้บอกรายละเอียดของนิกายหยินหมิง เขาพอเดาได้ว่าไฉนศิษย์พี่ถึงไม่กล่าวอธิบายอะไรให้มาก
เพราะอีกฝ่ายรู้ดีว่าเขาสมควรหาข้อมูลจากตระกูลซือถูได้อย่างไม่ยากเย็น
“นิกายหยินหมิงงั้นหรือ? ข้ารู้!”