“และถ้าลุงเฟิ่งมายังตระกูลซือถูเมื่อใด ข้าจะพาลุงเฟิ่งมาหาเจ้าที่นี่”
เมื่อเห็นเฟิ่งเทียนหวู่เผยอปากคิดกล่าวอะไร ต้วนหลิงเทียนก็พอเดาได้ จึงกล่าวเสริมเพื่อทำให้นางไม่ต้องห่วง เพราะเขารู้ว่าไม่พ้นนางต้องกล่าวถึงเรื่องเฟิ่งหวู่เต้าแน่
ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน ในที่สุดเฟิ่งเทียนหวู่ก็แย้มยิ้มออกมา
ดังคำกล่าวที่ว่า
‘นักรบยอมตายเพื่อสหายรู้ใจ สตรีตั้งใจแต่งหน้าเพื่อคนรัก’
เช่นนั้นแล้วสำหรับอิสตรี เพียงเพื่อคนที่รักนางย่อมกระทำตามความพอใจของอีกฝ่าย
เช้าวันต่อมาต้วนหลิงเทียน ซือถูหังและซือถูโฮ่วก็เดินทางออกจากนิกายอัคคีล่องลอย
ขามานั้น..ทีท่าของคนนิกายอัคคีล่องลอยช่างแสนเย็นชานัก!
ทว่าขากลับ คนของนิกายอัคคีล่องลอยไม่กล้าละเลยท่าทีปฏิบัติ ด้วยไม่รู้เพราะกริ่งเกรงเฟิ่งเทียนหวู่หรืออย่างไร
เพราะในสายตาคนของนิกายอัคคีล่องลอย เฟิ่งเทียนหวู่คือประมุขนิกายคนต่อไป พวกมันย่อมไม่มีใครกล้าผิดใจกับบุรุษที่นางชมชอบ เพื่อหาเรื่องใส่ตัว
“เทียนหวู่ ส่งกันพันลี้สุดท้ายก็ต้องจาก เจ้ากลับไปได้แล้ว…”
ต้วนหลิงเทียนหัวเราะกล่าวกับเฟิ่งเทียนหวู่
“พี่ใหญ่ต้วน ข้าจะกลับไปหลังเห็นท่านไปแล้ว”
เฟิ่งเทียนหวู่กล่าวออกมาอย่างดื้อดึง
ต้วนหลิงเทียนได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรมากอีก หันหลังและจากไปพร้อมซือถูโฮ่วและซือถูหังทันที พริบตาร่างทั้ง 3 ก็เหินลอยขึ้นฟ้า หายลับสายตาเฟิ่งเทียนหวู่ไป