จนกระทั่งมองไปไม่เห็นแผ่นหลังไวๆของต้วนหลิงเทียนแล้ว เฟิ่งเทียนหวู่จึงค่อยหักใจ หันหลังกลับเข้าไปในนิกายอัคคีล่องลอย
“ท่านปรมาจารย์ต้วน ความสัมพันธ์ของท่านกับแม่นางเฟิ่งที่แท้เป็นอันใดกันแน่ ไฉนแววตาท่าทางของนางยามเห็นท่าน คล้ายท่านเป็นสามีที่รักเลยเล่า?”
ระหว่างเดินทาง ซือถูหังที่บังเกิดอาการคันในหัวใจยากจะเกา สุดท้ายก็อดรนทนไม่ไหวจำต้องถามต้วนหลิงเทียนออกมาให้รู้แล้วรู้รอด
เผชิญกับคำถามนี้ของซือถูหัง ต้วนหลิงเทียนก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แต่ไม่ทราบจะตอบกลับไปอย่างไรดี…
ตอนนี้อารมณ์ของเขาก็ซับซ้อนไม่น้อย
ใจเขานั้นยอมรับเฟิ่งเทียนหวู่มานานแล้ว หากแต่พอคิดถึงเรื่องคู่หมั้นทั้ง 2 ที่เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่ทราบ เขาจึงไม่อาจคิดเรื่องพวกนี้ได้
เมื่อตระหนักได้ว่าต้วนหลิงเทียนไม่อยากกล่าวถึง ซือถูหังก็ไม่คิดซักไซ้ไล่เลียงอะไรสืบต่อ เพียงเปลี่ยนเรื่องไปทันที “ท่านปรมาจารย์ต้วนหลังจากที่ท่านเอาชนะแม่นางเฟิ่งเมื่อวาน ข้าเชื่อว่าในเวลาอันสั้นชื่อเสียงของท่านต้องขจรขจายไปทั่วประเทศฝูเฟิงแน่…ถึงตอนนั้นตราบใดที่ศิษย์พี่ของท่านอยู่ในประเทศฝูเฟิง ย่อมต้องได้ยินเรื่องราวของท่าน”
“ถึงตอนนั้นเขาต้องมาหาท่านที่ตระกูลซือถูแน่นอน!”
ซือถูหังกล่าว
“ข้าก็หวังไว้อย่างนั้น…”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า เขาเองก็อยากให้เรื่องราวมันราบรื่นง่ายดาย