สุดท้ายไป๋หยินก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
“ทำไมเล่า!?”
ได้ยินคำของชายราไป๋หยิน สีหน้าของมันก็เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ทันที “มันทำร้ายข้าถึงขนาดนี้ แต่ท่านยังบอกให้ข้าลืม? นั่นเป็นไปไม่ได้!”
“นายน้อยข้ารู้ดีว่าท่านแทบทนรอฆ่ามันให้ตายไร้ที่ฝังไม่ไหว…แต่ท่านสมควรรู้ไว้ว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่ตระกูลซือถูที่สนับสนุนมัน แม้แต่เฟิ่งเทียนหวู่ ก็มิอาจนิ่งดูดาย!”
ชายชราไป๋หยินกล่าวออกด้วยใบหน้าขื่นขม
“เฟิ่งเทียนหวู่??”
ฟ่งเหินขมวดคิ้ว ด้วยมันไม่เคยได้ยินนามนี้มาก่อน
“เฟิ่งเทียนหวู่ก็คือนามเต็มของแม่นางเฟิ่ง”
ชายชราถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
“แม่นางเฟิ่งไฉนไปเกี่ยวกับตัวบัดซบของตระกูลซือถูนั่นได้? นอกจากนี้มิใช่มันเอาชนะนางแล้วชิงอันดับในรายนามนภามาหรือไร ข้ามั่นใจว่านางสมควรเกลียดมัน เป็นไปได้อย่างไรจะหันไปสนับสนุนมัน?!”
แม้ฟ่งเหินจะรู้เรื่องที่ต้วนหลิงเทียนมีชัยในวันนี้ แต่มันก็ไม่ได้ทราบรายละเอียดแต่อย่างใด
เพราะรายละเอียดของเรื่องราว ชายชรายังไม่มีเวลากล่าวบอกมัน
“นายน้อยเรื่องนี้ท่านอาจยังไม่ทราบ…”
ชายชราถอนหายใจออกมาอีกเฮือกหนึ่ง ค่อยกล่าวเรื่องราวทั้งหมดออกมา
รวมถึงเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนกับเฟิ่งเทียนหวู่ไม่เพียงแต่จะรู้จักกันธรรมดา ยังคล้ายจะเป็นคนรักกันอีกด้วย!
“อะไร!? ต้วนหลิงเทียนกับแม่นางเฟิ่งของนิกายอัคคีล่องลอยกลับมีสัมพันธ์เช่นนั้น!?”