อย่างไรก็ตามยังมีเสียงโห่ออกมาด้วยความไม่พอใจ และผู้ที่ส่งเสียงดังกล่าวก็เป็นเหล่าชายหนุ่มเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ชายของนิกายอัคคีล่องลอยหรือบุรุษหนุ่มจากขุมพลังต่างๆที่หลงใหลในความงามของเฟิ่งเทียนหวู่
“ข้าล่ะมิอยากจะเชื่อจริงๆ ว่าแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถู ที่แท้ก็แค่บุรุษที่เกาะผู้หญิงกินคนหนึ่ง!”
ทันใดนั้นเองมีเสียงหนึ่งโพล่งดังขึ้นมา และเสียงที่ดังขึ้นมานี้ยังทำให้ผู้คนมากมายอดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่น!
เจ้าของเสียงไม่ใช่ใครที่ไหน กลับเป็นชายชราจากนิกายคงเฉิน ไป๋หยิน!
มันย่อมไม่พลาดโอกาสเล่นงานต้วนหลิงเทียน!
“เทียนหวู่ ข้าเคารพการตัดสินใจของเจ้า”
ถึงแม้ประมุขนิกายอัคคีล่องลอยจะบังเกิดความไม่พอใจอยู่บ้าง เพราะการยอมรับความพ่ายแพ้ของเฟิ่งเทียนหวู่ย่อมส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงนิกายอัคคีล่องลอยไม่มากก็น้อย หากแต่นางรู้ดีว่าเรื่องอะไรยังพอบังคับได้ แต่เรื่องของหัวใจไม่อาจบีบคั้น เช่นนั้นแล้วนางจึงได้แต่เลือกเคารพการตัดสินใจของเฟิ่งเทียนหวู่ และไม่คิดเข้าไปก้าวก่าย
อย่างไรเสียวาจาเจตนาหาเรื่องของเฒ่าชราไป๋หยินจากนิกายคงเฉิน ก็ทำให้นางอดไปหันมองต้วนหลิงเทียนเสียไม่ได้
นางอยากรู้นักว่าบุรุษที่ศิษย์นางมอบหัวใจให้ จะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร
เพราะสุดท้ายแล้ววาจาของชายชราจากนิกายคงเฉิน ก็เสมือนดูหมิ่นศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของต้วนหลิงเทียน!
“เจ้าลองกล่าวอีกที!”