คิ้วโค้งได้รูปปานพู่กันสวรรค์ตวัดวาด ดวงตากลมใสดั่งมณีแก้วให้ความรู้สึกดั่งสายธารยามสารท จมูกน้อยๆหากแต่โด่งสันพร้อมฟันขาวตัดกับริมฝีปากสีดั่งผลอิงเถา ลงมาเห็นเป็นคอเรียวระหงส์ตั้งตรง ค่อยเป็นทรวดทรงค์องค์เอวอันไร้ที่ติ รวมแล้วมองไปให้ความรู้สึกดั่งร่างแก้วผลึกมิอาจจับต้อง หากแต่ในความงดงามจนพาลให้หายใจไม่ออก ยังแฝงเร้นไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง
พินิจทั้งมวลแล้วประหนึ่งธิดาสวรรค์ย่างเยื้องลงมาแดนดินก็ไม่ปาน
“ช่างงามเหลือเกิน…ผู้คนเรางดงามได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ…”
……
นั่นเป็นความคิดเดียวกันที่ผุดโผล่ขึ้นมาในใจของทุกคน
กระทั่งศิษย์และเหล่าอาวุโสของนิกายอัคคีล่องลอยที่มีโอกาสได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเฟิ่งเทียนหวู่ยังถึงกับตะลึงงัน ถึงแม้พวกมันทั้งหลายจะได้รับทราบมาแล้วว่าแม่นางเฟิ่งผู้นี้ทั้งงดงามทั้งตราตรึงสะกดใจยิ่ง หากแต่พวกมันก็ไม่เคยเห็นกับตา จึงพาลให้สงสัยว่าใช่กล่าวเกินเลยไปหรือไม่
หากแต่บัดนี้ความสงสัยในใจอันใดล้วนมลายหายไปสิ้น
“เทียนหวู่…”
ประมุขนิกายอัคคีล่องลอง สื่ออวิ๋น พลันขมวดคิ้วทันใด ด้วยนางย่อมรู้นิสัยของศิษย์นางคนนี้ดี ว่ามิชมชอบเป็นจุดสนใจท่ามกลางผู้คนมากมายถึงเพียงใด ยิ่งไม่มีทางที่อยู่ๆนางจะเปิดเผยใบหน้าออกมาแบบนี้
อย่างไรก็ตามตอนนี้นางกลับเปิดเผยโฉมหน้าออกมา นั่นทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาดใจนัก
“หืม?”