ตราบใดที่นางบังเกิดความคะนึงหาต่อร่างดังกล่าว นางพลันเกิดแรงฮึดสู้ล้นใจ บังเกิดเป็นแรงผลักดันให้เร่งฝึกปรืออย่างไม่รู้หน่าย เพื่อให้ได้บรรลุจุดหมายขอบเขตเซียนเร็วไว เพราะมีเพียงบรรลุเซียนแล้วเท่านั้น อาจารย์ของนางถึงจะวางใจให้เดินทางกลับทวีปเมฆาล่อง…
และวันนี้นางก็ได้ก้าวเดินมาถึง ครึ่งก้าวเซียน แล้ว ขาดอีกเพียงแค่เล็กน้อยก็จะบรรลุถึงจุดหมายที่วาดหวังมานานปี
อย่างไรก็ตามร้อยพันหมื่นคาดนางก็ไม่เคยคิด ว่าไม่ทันที่นางจะบรรลุถึงขอบเขตเซียนเพื่อกระทำตามเป้าหมายที่อาจารย์วางไว้ให้สำเร็จ ร่างในฝันที่สลักในใจ กลับมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า…
จังหวะนี้อดไม่ได้ที่นางจะสงสัย ว่าใช่นางกำลังฝันไปหรือไม่…
อย่างไรก็ตามพอได้แลเห็นสายตาอันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีของอีกฝ่าย เฟิ่งเทียนหวู่ก็ตอบตัวเองได้ทันที ว่าทุกอย่างเบื้องหน้าคือความจริงไม่ใช่มายาฝันแต่อย่างไร
เพียงเพราะ เขา ในความฝัน คงมิได้เด่นชัดถึงเพียงนี้…
ฟุ่บ!
ภายใต้สายตาของผู้คนนับหมื่นพัน แม่นางเฟิ่ง แห่งนิกายอัคคีล่องลอยพลันเลิกม่านผ้าคลุมออก ทั้งโยนทิ้งให้ปลิดปลิวไปในอากาศ เผยรูปโฉมที่แท้จริงออกมาให้ทุกผู้ได้ยล
จังหวะนี้ผู้คนถึงกับชะงักงันไปปานคนตาย ลมหายใจยังขาดห้วงคล้ายลืมเลือนไปว่าผู้คนควรหายใจอย่างไร
สิ่งที่ประจักษ์หลังม่านบางนั้น กลับเป็นความงามอันตราตรึงใจยากจะลบเลือน