“อาวุโสชิงหนูท่านต้องช่วยข้านะ…ข้ามิเกี่ยวข้องอันใดกับเรื่องนี้เลย ข้ายังกล่าวเตือนนายน้อยแล้วว่าอย่าได้ยุ่งกับสหายของคุณหนูเฉวี่ยไน่ แต่นายน้อยดื้อรั้นมิยอมฟังข้า!”
สุนับรับใช้เร่งไปคุกเข่าหน้าชิงหนูแล้วร่ำร้องออกมาอย่างสิ้นหนทาง
“เรื่องนี้ข้าช่วยเจ้าไม่ได้…รอให้อาวุโสสูงสุดมาแล้วกล่าวเล่าความจริงไปเถอะ”
ชิงหนูกล่าวเสียงเรียบ
เมื่อกล่าวถึงจุดนี้สองตาชิงหนูพลันทอประกายเย็นเยือก “และหากเจ้ากล้าโกหกอันใดอาวุโสสูงสุด แม้มันจะปล่อยเจ้าไป แต่ข้าก็ไม่มีวันละเว้นเจ้า!”
วาจาของชิงหนูทำให้สุนับรับใช้หวาดกลัวจนต้องเร่งก้มหัวลงไปร่ำร้อง “อาวุโสชิงหนู ข้ารู้! ข้าเข้าใจแล้ว!!”
ตอนนี้อาวุโสสูงสุดสมควรพิโรธหนัก หากกล่าวเหลวไหลอะไรออกไปน่ากลัวจะร้ายมากกว่าดี
ไม่นานห้องที่ลี่เฟยอยู่ ก็ไม่ได้มีแค่ชิงหนูกับสุนัขรับใช้ของหานจิ้นเหนียนอีกต่อไป ผู้พิทักษ์ทั้งซ้ายและขวาของคฤหาสน์คลื่นขจีสกุลหาน รวมถึงผู้อาวุโสสูงสุดก็ได้มาถึงแล้ว
แน่นอนว่าหากไม่ใช่เพราะผู้นำคฤหาสน์คลื่นขจีออกไปทำธุระด้านนอก ป่านนี้ก็คงมายืนอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน!
“เหนียนเอ้อ!!”
อาวุโสสูงสุด เป็นชายชรามาในชุดจอมยุทธ์สีเขียว เมื่อแลเห็นร่างเลอะเลือนที่กองบนพื้น สองตามันก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ขณะเดียวกันทั่วกายก็ปรากฏกลิ่นอายพลังทะลักออกมาท่วมห้องหับ พาลให้อุณหภูมิในห้องลดลงทันตา!